#โรคซึมเศร้า 101 : เป็นซึมเศร้าแค่ไหนถึงไปหาหมอ?

ประสบการณ์ของการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และกำลังรักษาอยู่ เลยอยากแชร์ความรู้เบื้องต้น และแนวทางการเข้ารับการรักษาค่ะ

บล็อกนี้พิมพ์บนมือถือในรพ. อาจจะห้วนและผิดพลาดไปบ้าง ก็ขออภัยไว้ล่วงหน้านะคะ

โรคซึมเศร้าคืออะไร?

โรคซึมเศร้าคือโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง เกิดจากการที่สารเคมีในสมองขาดสมดุล ฮอร์โมนบางตัวที่ช่วยสร้างความสุขขาด ได้แก่ เซโรโทนิน (Serotonine) , นอร์อะดรีนาลีน (Noradrenaline) และโดปามีน (Dopamine) ส่งผลให้เกิดอาการทางจิต เก็บตัว ซึมเศร้า นำไปถึงความอยากตายและการฆ่าตัวตาย

สาเหตุของการเกิดโรคซึมเศร้ามีหลายอย่างประกอบกัน ตั้งแต่พันธุกรรม การเป็นโรคเรื้อรังทางร่างกาย การพักผ่อนและใช้ชีวิตไม่เป็นระเบียบ มีปัญหาให้เครียดติดต่อกันเป็นเวลานาน ฯลฯ

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเอง “ซึมเศร้า”?

วิธีการสังเกต อาจจะด้วยตนเองหรือให้ดี ถามคนรอบข้างเพื่อดูอาการภายนอกด้วยจะดีมากค่ะ ซึมเศร้าจนเป็นโรคนั้นเรียกว่าต้องเป็นสิ่งที่เป็นติดต่อกันนานๆ และเดือดร้อนต่อการใช้ชีวิตค่ะ

การประเมินโรคซึมเศร้าแบบเบื้องต้น ทำได้โดยการนึกถึงชีวิตตัวเองในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แล้วเช็คอาการตามนี้

– รู้สึกเบื่อ ท้อแท้ ทำอะไรก็ไม่ดี ไม่ชอบไปซะหมด อะไรที่เคยชอบก็เบื่อ

– รู้สึกเบื่ออาหาร กินน้อยลง หรือกินเยอะขึ้นแบบหยุดไม่ได้

– นอนไม่หลับเลย หรืออาจจะนอนนานกว่าปกติ เช่นนินมันซะวันละ 12-16 ชม. (บ้าไปล่ะ)

– อ่อนเพลีย รู้สึกไม่ค่อยมีแรง

– ไม่มีสมาธิ ไม่สามารถโฟกัสกับการทำสิ่งใดได้

– ความรับผิดชอบต่างๆ หย่อนลง ไม่สามารถจัดการสิ่งที่ต้องทำได้อย่างเคย

– เศร้ามาก ร้องไห้กับเรื่องง่ายๆ เช่น เห็นแมวสะดุดก็ร้องไห้ เรื่องที่ตลกก็ไม่ขำ บางทีไปร้องไห้เฉยๆ ก็มีทำนองนี้

– รู้สึกสิ้นหวัง ผิดหวังในตัวเอง

– คิดถึงการตาย วางแผนการฆ่าตัวตาย หรือพยายามฆ่าตัวตาย

– อาจมีอาการประสาทหลอน เช่น หูแว่ว ตาฝาด เป็นต้น

อาการทั้งหมดนี้จะเป็นบางข้อก็ได้ แต่รวมๆ หากมี 7-8 ข้อ เกือบทุกวัน แบบ 5 วันในอาทิตย์นึงชั้นมีอาการมาก ก็พิจารณาเรื่องไปพบจิตแพทย์ได้แล้วค่ะ

อาการของเราช่วงที่ไปพบจิตแพทย์เรียกว่าที่สุดแล้ว เหลือแต่ฆ่าตัวตาย ตอนนั้นคือนอนไม่หลับเลย เบื่ออาหาร เบื่อโลก ทำอะไรที่ชอบไม่ได้และยังเบื่ออีก งานก็ทำไม่ได้ คิดไม่ออก ไม่มีสมาธิจะอ่านจะเขียนเลย ทรมานมาก เพราะการเขียนกับอ่านคือชีวิตเราเลย

ที่หนักที่สุดคือ…หลอน แต่ไม่ใช่เห็นภาพหลอนจริงๆ แต่เป็นการที่จู่ๆ เราก็มีภาพการตายของตัวเองต่างๆ แว่บมาในหัว โดยที่เราไม่ได้คิดอะไรเลย แบบนั่งรถเมล์อยู่ดีๆ ก็เกิดความคิดทำนองว่าโดดลงไปให้รถคันอื่นชนดีไหมนะ ขึ้นสะพานลอยก็คิดว่าโดดซะจะตายไหม

แล้วเราก็เริ่มคุมตัวเองไม่ได้ แต่ความเห็นขัดกับคนที่ทำงานก็โกรธจนร้องไห้ นั่งรถเมล์เลยป้ายไปป้ายเดียวก็โวยวาย ระแวงกลัวกลับบ้านไม่ถูก ทั้งที่แค่นั่งรถกลับไปแค่นั้นเอง แต่เราร้องไห้…

เลยคิดว่าไม่ใช่ล่ะ อันนี้มันไม่ปกติแล้วบวกกับการมีเพื่อนใน Facebook เป็นจิตแพทย์ ซึ่งแนะนำเรามา 2-3 ปีแล้วว่าให้ไปพบหมอ เราก็ไม่ไปสักที

สำหรับคนที่สงสัยว่าคนใกล้ตัวเป็นไหม? เราว่าถ้าเป็นปัจจัยภายใน เช่น เรื่องของความรู้สึกให้เจ้าตัวคิดเอาเอง ส่วนเราแค่สังเกตนิสัยหรือการแสดงออกที่เปลี่ยนไป ตรงนี้บางทีเรามองเห็นในมุมที่เจ้าตัวไม่ทันเห็น

ผู้ป่วยหลายคนสามารถซ่อนอาการซึมเศร้าได้เยอะนะคะ บ่อยครั้งที่เขาแอบร้องไห้คนเดียว คิดเอาเองว่าอยู่ลำพังในโลก ทุกอย่างจะติดลบ ซึ่งการช่วยปลอบโดยวิธีทั่วไปอาจไม่ได้ผล และอาจส่งผลร้ายกว่าเดิมซะงั้น (ซึ่งเรารู้ คุณไม่ตั้งใจ) ดังนั้นแค่คอยสังเกตและรับฟังก่อนในเบื้องต้นจะดีกว่าค่ะ

เราเองก็เป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยพูดอะไรกับใคร เป็นมนุษย์ Introverts ที่ชอบเขียน ทำให้เราชอบเก็บอะไรมาคิดคนเดียว ส่งผลให้ทุกอย่างแย่ลงอย่างง่ายดาย

และทั้งหมดนี่คือสาเหตุที่เราตัดสินใจไปพบจิตแพทย์ครั้งแรกค่ะ บล็อกหน้าจะเล่าเรื่องการดำเนินการไปขอพบจิตแพทย์นะคะ

ไว้เจอกัน

XOXO

Deadlydoll

 

 

Advertisements

One thought on “#โรคซึมเศร้า 101 : เป็นซึมเศร้าแค่ไหนถึงไปหาหมอ?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.