{Review+How to} iRobot Roomba® 980 หุ่นยนต์กำจัดฝุ่นที่เหมาะกับทาสแมว!

ใครเลี้ยงแมว หรือเลี้ยงสุนัข ก็จะต้องเจอปัญหาเดิมๆ คือเรื่องขน ที่เป็นตัวก่ออาการภูมิแพ้ แถมยังกำจัดได้ยาก ถ้ากำลังมองหาตัวช่วยกำจัดฝุ่นและขนแมว เราขอเสนอหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะ iRobot Roomba ที่สั่งการผ่านแอพฯ ได้ สะดวกสุดๆ ไปเลย

บ้านเราเป็นบ้านสวน ค่อนข้างเก่า และเลี้ยงสัตว์ขนยาว ทั้งน้องหมาและน้องแมวอีกหนึ่งฝูง เรียกได้ว่าวันๆ กวาดพื้น เช็ดฝุ่นต้องเจอขนสัตว์จำนวนมาก อีกทั้งครอบครัวยังเป็นภูมิแพ้กันซะอีก ทำให้ยิ่งต้องจัดการทำความสะอาดขนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้…

“แต่มันเหนื่อยนะ”

เออ…คือมันน่าหน่ายมาก กับการที่ต้องเอาผ้าเช็ด เอาลูกกลิ้งเทปกาวไล่เก็บขน ต้องซักพรมบ่อยๆ เพราะงั้นถ้ามีโอกาสได้ลองอะไรที่มันง่ายและเหนื่อยน้อยกว่านี้ก็ยินดี นั่นคือที่มาของการทดลองใช้และรีวิวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นนี้ค่ะ

รุ่นที่ได้มาลองตัวนี้เป็นรุ่นรหัส 980 แม้เราจะเรียกกันติดปากว่าเครื่องดูดฝุ่น แต่ศัพท์เทคนิคของเจ้าเครื่องนี้จริงๆ คือการเป็น “หุ่นยนต์ดูดฝุ่น” มากกว่า เพราะทำงานเหมือนเป็น ai ในตัว ไม่เชิงว่าคิดวิเคราะห์อะไรขนาดในหนังนะ แต่คือมันสามารถวิเคราะห์พื้นผิวเพื่อออกแบบการทำงานด้วยตัวเองได้ พร้อมทั้งสามารถจดจำพื้นที่ทำงาน รวมถึงตั้งค่าการทำงานล่วงหน้าได้ พูดง่ายๆ ว่าเรามีหน้าที่สั่งการไม่กี่ครั้ง เจ้า roomba 980 ก็สามารถทำงานต่อได้เองเป็นวงจร เป็นระบบวนไปค่ะ

ทำไมเราถึงควรใช้ iRobot Roomba 980?

  • บ้านมีสัตว์เลี้ยงที่มีขนทั้งหลาย เช่น สุนัข และแมว
  • บ้านที่คนในครอบครัวที่อยู่อาศัยมีอาการภูมิแพ้ เพราะสามารถดูดสารก่อภูมิแพ้ขนาดเล็กได้ถึง 10 ไมครอน
  • บ้านที่ต้องการความสะดวกในการทำความสะอาดหลายอย่างไปพร้อมกัน
  • บ้านที่มีพื้นที่ปูพรมเป็นระยะ สามารถเพิ่มแรงดูดบนพรม 10 เท่าอัตโนมัติโดยไม่ต้องตั้งค่าการทำงาน
  • บ้านที่มีพื้นต่างระดับ และเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการทำความสะอาดซอกระหว่างพื้นและตัวเครื่องใช้
  • บ้านที่เจ้าของไม่มีเวลาทำความสะอาดอย่างทั่วถึง
  • บ้านที่ต้องการ “แม่บ้าน” ช่วยดูแลบ้านสักคน!

ฟังดูเว่อร์ โดยเฉพาะข้อสุดท้าย แต่มันจริง เพราะด้วยคุณสมบัติเสริมที่ทำให้มันเป็นหุ่นยนต์ทำความสะอาดทำให้มีความฉลาดในการเลือกทำงาน พร้อมตั้งค่าการทำงานในแต่ละวันได้อย่างอัตโนมัติ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องมาคอยกดทุกวัน!

ไม่รอช้า มาแกะกันเลยดีกว่า >o<

Unboxing iRobot Roomba 980

กล่องของเค้าจะมาแบบนี้นะคะ ค่อนข้างมีน้ำหนักมากพอสมควร

แกะๆ กล่องดีไซน์มาให้ดึงตัวเครื่องออกมาง่ายๆ แบบนี้ ไม่ต้องพยายามแงะมุมอื่นนะคะ 555

อุปกรณ์ก็จะมีตัว iRobot Roomba 980, Home Base® Charging Station พร้อมสายไฟฟ้า, Dual Mode Virtual Mall® Barrier หรือเสาติดตั้งกำแพงจำลอง จำนวน 1 คู่ (ใช้แบตเตอรี่ AA 2 อันต่อเสาค่ะ มีให้ในกล่องอย่างละชุด) , Extra AeroForce™ High-Efficiency Filter (แผ่นกรองอากาศสำรอง) และExtra Side Brush (แปรงปัดด้านข้างรอบทิศทาง) สำหรับสำรอง 1 ชิ้น

บ้านเก่า รกหน่อยนะเออ เขินจัง =////=

การเปิดใช้งานครั้งแรก จะต้องทำการติดตั้ง Charging Station กับผนังห้องที่ต้องไม่มีสิ่งกีดขวางในระยะ 1 เมตรโดยรอบนะคะ เพื่อให้ iRobot Roomba สามารถจำตำแหน่งของ Base หรือฐานชาร์ทได้ง่าย แต่จริงๆ แค่ให้อยู่ในระยะที่ตัวเครื่องเคลื่อนผ่านเข้าฐานได้โดยไม่มีอะไรกีดขวางก็ได้ค่ะ แต่อาจจะทำงานในเรื่องของการเดินทางกลับมาชาร์จไฟได้ช้ากว่าการวางในที่โล่ง

ส่วนประกอบต่างๆ ของ iRobot Roomba 980

พอจะอธิบายส่วนต่างๆ ของนางได้คร่าวๆ แบบนี้ค่ะ

SET UP iRobot Roomba 980

วิธีตั้งค่าการใช้งาน จะขอแบ่งเป็น 2 parts นะคะ คือการทำงานด้วยปุ่มสั่งการ Manual กับการตั้งค่าสั่งการผ่าน Application ซึ่งจะมีความซับซ้อนขึ้นมาอีกหน่อย

การทำงานด้วยระบบ Manual

เราสามารถเริ่มต้นการใช้งาน iRobot Roomba ได้เพียงแค่กดปุ่ม Clean ใหญ่ๆ หนึ่งครั้งเปิดทำการเปิดเครื่อง และกดอีกครั้งเพื่อเริ่มต้นการทำงาน เท่าที่เจ้าไอโรบอท รูมบ้าก็จะเริ่มสำรวจพื้นที่และทำงานไปพร้อมๆ กัน สำหรับปุ่มด้านซ้ายที่เป็นรูปบ้าน (Home) มีไว้จิ้มให้เจ้าเครื่องหยุดทำงานชั่วคราว หรือสั่งให้ตัวเครื่องย้ายตัวเองกลับฐาน ส่วนปุ่มขวามือ คือปุ่มบังคับให้ทำงานพิเศษเฉพาะจุดเฉพาะมุมค่ะ

การตั้งค่าผ่าน Application iRobot

สำหรับการใช้งานในลักษณะนี้ ต้องมี Wi-Fi ที่บ้านนะคะ และต้องโหลดแอพฯ iRobot มาติดตั้งก่อน โดยมีทั้งในระบบ iOS [iPhone/iPad เครื่องค่าย Apple] และ Android [Samsung/OPPO และอื่นๆ]

สาธิตการตั้งค่าในเวอร์ชัน iOS นะคะ หลังจาก download มาแล้ว เราก็จะเจอไอคอนสีเขียวแบบภาพขวา คลิกเข้าไปเลยค่ะ

เลือกประเทศของเรา และประเภทของอุปกรณ์ ในที่นี่คือเครื่อง roomba ค่ะ อย่าลืมตรวจสอบสัญญาณ wi-fi internet ด้วยนะคะ

ทำการเชื่อมต่อ wi-fi บ้านปกติไปก่อน และใส่ค่ารหัสผ่านเพื่อให้ Home Base หรือฐานทัพของเครื่องจำรหัสค่ะ หลังจากนั้นจึงไปเปิดสัญญาณของเครื่อง Roomba

วิธีการเปิด wi-fi ของ roomba มีวิธีบอกในแอพฯ เลยค่ะ คือการกดปุ่มเล็กๆ สองด้านของปุ่ม Clean พร้อมกันค้างไว้ประมาณ 2 วินาที สัญญาณจะขึ้นบอกเป็นสีเขียวที่หน้าปัดค่ะ หลังจากนั้นเราจึงกลับไปเชื่อมต่อ wi-fi ในมือถือให้ต่อกับสัญญาณของเครื่อง roomba โดยสังเกตง่ายๆ ว่าจะขึ้นต้นด้วย “roomba” และตามด้วย Code ของเครื่องค่ะ พอเชื่อมต่อเสร็จแล้ว เวลาเราเข้าแอพฯ ไป ก็จะเป็นอย่างภาพสุดท้ายค่ะ คือมีปุ่ม Clean ใหญ่ๆ เหมือนบนตัวเครื่อง

กด Clean ไปเลย~ แล้วดูมันทำงานค่ะ นอกจากนี้ในแอพพลิเคชันยังบอกทั้งสถานะเครื่อง สถานะแบตเตอรี่ ข้อมูลการทำงานของ roomba และสามารถตั้งเวลาทำงานในรอบสัปดาห์ได้ด้วยค่ะ โดยตั้งได้วันละ 1 เวลา แล้วเจ้า iRobot Roomba ก็จะลุกมาทำงานตามวันและเวลาที่เราตั้งเอาไว้ค่ะ และถ้าแบตจะหมด ก็จะพาตัวเองกลับไปชาร์จที่ Home Base ด้วยตนเอง

ง่ายกว่านี้ก็จ้างแม่บ้านล่ะจ้า~

ข้อจำกัดในการทำงาน

  • ไม่สามารถทำงานบนพื้นผิวที่มีน้ำได้
  • โปรดระวังเรื่องมูลสัตว์หรือสิ่งปฏิกูลในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง
  • ทำงานได้เต็มที่ 120 นาที
  • ทำงานในพื้นที่ไม่เกิน 185 ตารางเมตร
  • ต้องระวังสิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์ที่อาจถูกชนตกแตกได้
  • ข้ามสิ่งกีดขวางที่สูงเกิน 3 เซนติเมตรไม่ได้
  • เซนเซอร์กันตกจะทำงานเมื่อตรวจพบพื้นต่างระดับ 10 เซนติเมตร

ความรู้สึกหลังการใช้

เราว่ามันเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ใช้ง่าย ง่ายเหลือเกิน ง่ายแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ถ้าแค่กดๆ ก็ทำงานได้ด้วยตนเอง หรือถ้าใครที่ชอบความสะดวก มีความทันสมัย สามารถใช้งานแอพพลิเคชันได้ ก็จะยิ่งสะดวกขึ้นอีก แต่ไอ้ความที่ยากก็ได้ ง่ายก็ดี มันจึงเหมาะสำหรับทั้งคนรุ่นใหม่ จนถึงผู้สูงวัยที่ไม่สะดวกใช้งานแอพฯด้วยค่ะ

การกำจัดขนแมวและสุนัขถือว่าทำได้ดี เห็นจำนวนที่เจ้าเครื่องนี้ดูดมาได้ในถังก็ตกใจค่ะ ว่าบ้านเรามีขนสัตว์เยอะขนาดนี้เลยเหรอ 55 เสียอย่างเดียวคือเสียงดูดดูรุนแรงเหลือเกิน ดังจนแมวๆ ที่มาสำรวจวงแตกค่ะ แต่รวมๆ พวกสัตว์เลี้ยงไม่ได้แตกตื่นจนเครียด แปบๆ ก็ชิน

ชอบอีกตรงที่ทำงานพื้นต่างระดับได้พอสมควร ขึ้นพรมเตี้ยๆ ได้ หรือเนินเล็กๆ พื้นที่สูงต่างกัน 2-3 เซนติเมตร แต่จะทำงานได้ดีที่พื้นต่างระดับ 2 ซม. หรือน้อยกว่า ส่วนความปลอดภัยที่จะตกจากที่สูงนั้น เราทำลองทำงานบนพื้นที่พักบันได ตัว iRobot Roomba 980 สามารถตรวจพบเจอพื้นที่ต่างระดับที่มากกว่า 10เซนติเมตรแล้วหยุดการทำงานหรือวกกลับไปในทางเดิม ไม่ตกลงมาค่ะ รู้สึกปลอดภัยหายห่วง เพราะตัวเครื่องมีราคา ถ้าตกลงมาพังน่าเสียดายแย่

ของเขาฉลาดสมกับการเป็น Robot นะคะ ในราคาราวๆ 39,800 บาท (ราคาพิเศษ 35,820 บาท) ถือว่าเป็นการลงทุนที่จัดว่าคุ้มอยู่ค่ะ

ช่องทางติดต่อและติดตาม iRobot

Website : www.irobotthailand.com
Tel. 091-818-8870


Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s