{Review} A Monster Calls…เสียงเพรียกของปิศาจ

ปิศาจได้มาหาเขาเวลาหลังเที่ยงคืนนิดๆ ของทุกวัน และกล่าวว่า “ข้าจะมาหาเจ้าทุกๆ คืน สามคืนนับจากนี้ และข้าจะเล่าเรื่องเล่า 3 เรื่อง และเมื่อถึงคืนที่ 4 นั่นเป็นคราวที่เจ้าจะต้องเล่าเรื่องของเจ้าบ้าง…คอเนอร์ โอมัลลีย์ ” ก่อนจะพาเขาก้าวไปสู่โลกของจินตนาการอันเกิดความคาดคิดและแตกต่างกว่าที่เคยพบเจอ

A Monster Calls มหัศจรรย์เรียกอสูร เป็นหนังที่ดูปะหน้าเหมือนวรรณกรรมเยาวชน แต่เรื่องนี้กลับมีความวับซ้อนที่แฝงเร้นมากจนเราคิดว่า…นี่มันเกินเยาวชนไปไกลล่ะ เล่าพล็อตโดยย่อได้ประมาณว่า คอเนอร์ โอมัลลีย์ เด็กหนุ่มยังไม่ทันเสียงแตก อาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงเดี่ยว ซึ่งป่วยกระเสาะกระแสะ ทำให้เขากลายเป็นเด็กที่แข็งกระด้างต่อโลก และค่อนข้างมีความแก่เกินวัย กระนั้นคอเนอร์เองก็ยังพอหลงเหลือความเป็นเด็กอยู่บ้างในยามที่เขาใช้เวลาวาดภาพ

วันหนึ่งคอเนอร์ได้พบกับเรื่องราวประหลาด เมื่อเขาร้องขอความช่วยเหลือจากต้นยิวยักษ์ในสุสานใกล้บ้าน และมันได้เดินออกมาหาเขาจริงๆ! แถมยังมายื่นข้อเสนอประหลาดๆ ให้อีกด้วย

monster1
Picture from fantasy-faction.com/2012/a-monster-calls-by-patrick-ness

“ข้าจะมาหาเจ้าทุกๆ คืน สามคืนนับจากนี้ และข้าจะเล่าเรื่องเล่า 3 เรื่อง และเมื่อถึงคืนที่ 4 นั่นเป็นคราวที่เจ้าจะต้องเล่าเรื่องของเจ้าบ้าง…คอเนอร์ โอมัลลีย์ “

เจ้าต้นยิวยักษ์น่ากลัวพูดกับเขา เด็กหนุ่มน้อยผู้แก่เกินวัย และชื่นชอบการวาดภาพ ต้นยิวยักษ์มาหาเขาในคืนนึงเพียงลำพัง ขณะที่แม่ของเขาซึ่งป่วยลงทุกวันเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงย่ำเท้าจนพสุธาสะเทือนซึ่งมักจะมาหลังเที่ยงคืนนิดๆ เสมอ

เรื่องราวของหนังเรื่องนี้ก็ดูจะออกแนวเหมือนภาพยนตร์แฟนตาซีทั่วไป ที่เมื่อคอเนอร์ต้องพยายามจะหาทาง “เล่าเรื่อง” อะไรสักอย่างที่ต้นยิวนั้นปรารถนาในคืนสุดท้าย กระนั้นก็กลับค้นพบเรื่องราวประหลาดจากเรื่องเล่าที่ถูกกล่าวออกมาจากความทรงจำของต้นยิว

monster5

ท่ามกลางสีวันสวยงาม โดยการทำภาพแอนิเมชันเลียนแบบการกระจายตัวของสีน้ำ คอเนอร์ได้พบกับเรื่องราวในอีกด้านของเทพนิยายที่ไม่ได้จบเป็นดั่งฝัน แบบเดียวกับเรื่องราวที่เคยได้ยินเล่าขานกันมา ทำให้เขาเกิดความสับสนในเรื่องราวต่างๆ ที่ต้นยิวสรรหามาเล่าเหลือเกิน

17253390-_sy540_
Picture from http://www.goodreads.com/book/show/8621462-a-monster-calls

ขณะที่ชีวิตปกติในสังคมของคอเนอร์เริ่มดูย่ำแย่ การเปลี่ยนแปลงมาเยือนทุกขณะ เขาย้ายโรงเรียน ย้ายบ้าน เข้ากับใครก็ไม่ได้ แถมแม่และยายของเขาก็ทำตัวแปลกๆ ไม่มีใครยอมเล่าอะไรให้เขาฟังแม้แต่พ่อของเขาที่ลงทุนข้ามน้ำข้ามทะเลกลับมาหา

เขารู้แค่ว่าแม่ของเขาป่วยหนัก…และเวลาตัดสินชะตาของเขากับต้นยิวใกล้เข้ามาทุกที และเขาต้องทำอะไรสักอย่าง

…นั่นคือเรื่องราวที่ภาพยนตร์พยายามถ่ายทอดออกมา…

สำหรับใครที่ตั้งใจก้าวเข้าไปดูเพราะคิดว่าหนังมันจะต้องแฟนตาซีจ๋า เราบอกเลย หยุด…หนังเรื่องนี้ใช้ความแฟนตาซีเป็นองค์ประกอบให้เราเข้าใจตัวละครซึ่งมีความซับซ้อน แต่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างลำบากมากกว่าจะเน้นสร้างความเพ้อฝันให้ความบันเทิงกับเรา

แม้ว่าเราจะได้เคลิบเคล้มไปกับสีสัน เทคนิค CG สวยงามของฉากนิทานแต่ละเรื่องที่ต้นยิวสรรหามาเล่าให้ฟัง และได้คิดตามแก่นเรื่องที่ซ่อนประเด็นบางอย่างไว้ได้อย่างแยบยลนั้น เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารู้สึกตัวอีกที…ก็ถูกนำพาเข้ามาลึกลงในจิตใจอันว้าวุ่นของคอเนอร์เข้าแล้ว

จนสุดท้ายก็ได้แต่ลุ้นว่า…ตอนจบของเรื่องเล่าที่สี่จะเป็นอย่างไร และเมื่อมันจบลง เราจะก้าวออกมาจากโรงฯ โดยไม่เหลือความติดค้างใดๆ แม้น้ำตาจะรื้น แต่ก็เต็มไปด้วยความปิติ

เราขอพูดสั้นๆ ได้แค่ว่า…หนังเรื่องนี้ดี ดีกว่าแค่ความเป็นหนังแฟนตาซี หรือหนัง”แนวนั้น”แบบที่คนเริ่มทำกันเยอะในสมัยนี้ และเหมาะสำหรับคนที่กำลังต้องต่อสู้เพื่อจะขจัดสัตว์ร้ายในหัวใจของเราออกมา

จงเรียกมันออกมา…ยอมรับเสียงเพรียกของมัน และทำให้มันต้องฟังเรา!


SPOILER ALERT!!

SPOILER ALERT!!

SPOILER ALERT!!

SPOILER ALERT!!

SPOILER ALERT!!

ถัดจากนี้คือรีวิวภาคสปอยล์หมดไส้ เหลือแต่เนื้อๆ ให้ไปอินกันอีกที

SPOILER ALERT!!

SPOILER ALERT!!

SPOILER ALERT!!

SPOILER ALERT!!

SPOILER ALERT!!


คุณเคยรู้สึกเหมือนตัวเองมาจากคนละดาวกับคนอื่นไหม?

คุณเคยรู้สึกถึงความแปลกแยกผิดปกติจากคนรอบตัว รู้สึกเหมือนตัวเองค่อยๆ ซีดจางหายไปไหม?

คุณเคยต้องเผชิญกับการนับถอยหลังรอคอยไปสู่จุดที่พังทลายของสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มองไม่เห็นไหม?

monster2

ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของคอเนอร์ โอมัลลีย์ เด็กหนุ่มผู้กำลังต้องก้าวข้ามผ่านความว้าวุ่นของวัยเด็กที่ออกจะโลดโผนกว่าคนอื่นหน่อย การถูกกลั่นแกล้ง เมินเฉย หรือแปลกแยกกับคนอื่น เป็นเรื่องที่น้อยนิดนัก เมื่อเทียบกับเรื่องสุดท้ายที่เขาต้องก้าวผ่าน…การนับถอยหลังสู่วันสุดท้ายที่เขาจะได้มี “แม่”

แม่ของคอเนอร์ ป่วยด้วยโรคเรื้อรังจำพวกมะเร็ง และกำลังทรุดหนักลงเพราะการรักษาไม่ได้ผลดีเท่าไร กระนั้นทุกคนก็ยังพยายามจะมีความหวัง และมองข้ามเรื่องสำคัญที่สุดไป คือการทำให้คอเนอร์เข้าใจเรื่องของการสูญเสีย…

เราว่าคงจะยากถ้าจะอธิบายเรื่องความสูญเสีย…ให้กับคนที่ไม่เคยเสียอะไรที่มีความผูกพันในชีวิตประจำวันเข้าใจได้ง่าย แม้จะมีวลีสวยหรูที่หลายคนเห็นตรงกันว่าใกล้เคียง

“การจากไปของใครสักคน ทิ้งช่องว่างในจิตใจของใครที่ยังอยู่เสมอ และเป็นช่องว่างที่ถมไม่เคยเต็ม”

กล้าพูดเลยว่าจากประสบการณ์ส่วนตัวเรา ก่อนที่เราจะเริ่มเสียคนในครอบครัวไปอย่างไม่มีทางหวนกลับนั้น เราไม่สามารถจะจินตนาการถึงหลุมดำที่จะมีอยู่ตลอดกาลนั้นได้เลย จนกระทั่งครั้งแรกที่เราได้รู้ว่าแม่เลี้ยงของเรา ซึ่งจริงๆ คือป้า…พี่สาวของแม่ที่ทำหน้าที่เลี้ยงเราในตอนเด็กจนเริ่มแตกสาว ท่านป่วยเป็นมะเร็งเต้านม

เรายังมีความหวังเสมอ เพราะแม่แทบไม่แสดงความผิดปกติใดๆ ให้เห็นชัดเจน แม่อาจจะหายไปหลายวัน อยู่โรงพยาบาล เราที่ย้ายกลับไปอยู่กับแม่จริงๆ เลยไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกันเหมือนเดิม กลับไปหาอีกที แม่ก็ผ่าเต้านมออก ทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้ดี

จนแม่ทรุด แม่อยู่โรงพยาบาลนานขึ้น ญาติๆ รอบตัวเริ่มทำตัวแปลกๆ เราไม่เข้าใจ เราไม่เข้าใจอะไรเลยว่าทำไมมันถึงดูวุ่นวายมากขึ้น เราไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ดีๆ แม่ต้องไปนอนนานขนาดนั้น จนวันที่ญาติๆ รวมถึงแม่แท้ๆ ของเรา (น่าจะด้วยมั้งนะ) พากันไปที่โรง’บาล แล้วพยายามให้เราคุยกับแม่เลี้ยง

ตอนนั้นเราม.ปลายแล้ว แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี เราแค่รู้สึกทำอะไรไม่ถูก ที่เห็นแม่นอนเหมือนคนไม่รู้เรื่อง บางทีคุยแม่ก็จำได้ ทักห่วงนู่นนี่ ฟังเราเล่าเรื่องเรียน แต่บางที…บางทีอีกวันที่ไปแม่ไม่รู้เรื่องแล้ว แม้ว่าเราจะกอดแม่ บอกแม่ว่าเรามาแล้ว แต่แม่ก็จำคนสับสนไปหมด

หลังจากแม่จากไป เรารู้สึกเจ็บปวด เรายอมรับว่ามันมีความเจ็บปวด ไม่รู้ควรทำอย่างไร เราอยากให้มันจบลง อยากให้ความรู้สึกบางอย่างที่สะสมกันข้างในหายไป เราไม่แน่ใจว่ามีอะไรบ้าง ความสุข ความเศร้า ความเหงา ความรู้สึกผิด ความเสียดาย หลายอย่างมากจนเรารับมืออารมณ์ไม่ถูก

เราร้องไห้คนเดียวเป็นบางครั้ง…อยากให้ความรู้สึกแบบนี้มันจบลง คิดแค่ว่าถ้ารู้ตั้งแต่ทีแรก ถ้าทุกคนจะบอก ไม่ใช่เอะอะบอกก่อนที่จะอาการหนักขนาดโคม่า และทุกคนต้องปล่อยแม่ไปในที่สุด

เป็นช่องว่างครั้งแรก ก่อนที่จะมีตามมา…

อ้าวเห้ย…เกริ่นเยอะไป เอาเป็นว่ามันพูดยากนะ ถ้าจะให้อธิบาย แต่ถ้าคนเคยผ่านจะเข้าใจความหน่วงของช่วงเวลานั้น แบบเดียวกับที่คอเนอร์รู้สึก พร้อมๆกับการรับมือโลกรอบตัวที่อ่อนแอลงทุกวัน เขาจึงกลายสภาพเป็นเหมือนระเบิดเวลาเก็บกดพลังก้าวร้าวบางอย่างไว้

monster4

สำหรับคอเนอร์ผู้โตมากับแม่ นอกจากความผูกพันแล้ว ความสนใจในงานศิลปะเป็นส่วนหนึ่งในการล่อหลอมความเป็นตัวตนของเขาขึ้นมาด้วย ฉะนั้นในหนังจึงมักแสดงภาพที่สองคนวาดภาพด้วยกัน ก่อนจะค่อยๆ ขยายความมาจนถึงตอนเฉลยปม…

เจ้าต้นยิวนั้น…มิใช่สัตว์ประหลาดที่เพิ่งเจอกันที่บ้านใหม่หรอก แต่เป็นสิ่งที่เขาและแม่ได้ร่วมกันสร้างขึ้น เป็นประจักษ์พยานของความผูกพัน และความเป็นต้วตนของคนทั้งสอง ซึ่งจะแยกออกจากกันไม่ได้ แม้ว่าหนึ่งในนั้นจะต้องจากไป

monster3

เจ้ายิวยักษ์คือมรดก…คือหลักฐานของความรักที่แม่ทิ้งไว้ให้เขา เป็นตัวแทน “จิต” ของแม่ที่แม้จะล่วงลับไปแล้ว แต่ยังมีพลังที่จะปกป้องเขา แต่ในขณะเดียวกัน…ความรักมิได้มีเพียงความสวยงาม ความรักมีมุมที่มืดมน น่าเกลียดน่ากลัวในบางครั้ง เพื่อที่จะทำให้ด้านที่สว่างนั้นสดใสขึ้นกว่าที่เคยเป็น เปลือกของความรักจึงอาจหุ้มด้วยความโกรธ หรือความกลัว กระทั่งความเกลียดชัง ทว่าเนื้อในนั้น…คือความผูกพันจารึกอยู่ในความทรงจำเช่นเดียวกัน

เมื่อความรักในใจของคอเนอร์ถูกหุ้มด้วยเปลือกของอารมณ์ร้ายๆ มันจึงถูกผลักดันให้กลายสภาพ เป็นอสูรเดินดินออกมาบังคับให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริง และยอมรับมัน สยบมันให้ได้ในที่สุด

หนังเรื่องนี้จึงไม่ใช่การเล่าเรื่องผ่านนิทานหลอกเด็ก เพื่อขายความแฟนตาซีชวนฝัน แต่เป็นการนำภาพจินตนาการเหล่านั้นมาอธิบายสภาวะจิตอันซับซ้อน และการเดินทางผ่านช่วงเวลาอันโหดร้ายจุดหนึ่งของชีวิตวันเด็กเท่านั้น และกระทำออกมาได้อย่างปราณีตและงดงามยิ่ง

จนกลั้นน้ำตากันไม่อยู่ และอยากจะมอบเสียงปรบมือให้กับเจ้าของบทประพันธ์นี้ดังๆ หลังได้รับชม

สุดท้ายนี้ เราหวังว่าอาจจะมีใครบางคนได้รับมอบความรู้สึกส่วนนี้จากหนังเรื่องนี้แบบที่เราได้รับมาบ้าง มันคงจะดีไม่ใช่น้อย เพราะเราอยากให้รู้ว่าไม่ใช่คุณคนเดียวที่ต้องเผชิญกับมัน…

“พวกเราต่างมีอสูรของเราเองกันทุกคน แต่เรามีนิทานที่แตกต่างกันเท่านั้นเอง “

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s