{Review} 秒速5厘米 [5 Centimeters Per Second]

คุณยังจำรักครั้งแรกของตัวเองได้ไหม? คุณยังจำความรู้สึกเพียงชั่วขณะที่ดอกไม้ปลิดปลิว แต่เหมือนยาวนานชั่วนิรันดร์ได้ไหม? พวกเราต่างล้วนต้องเคยผ่านช่วงเวลาที่เคยเชื่อมั่นว่ามันจะคงอยู่ตลอดไป ณ ที่ใดที่หนึ่ง และแม้ว่าเวลาจะผ่านไป เราก็ยังมองหาช่วงเวลานั้นที่อาจหลงเหลืออยู่ ณ ส่วนใดบนโลกนี่ล่ะ

หลังจากเกิดความ “ตกอยู่ในภาวะง่วง-เหงา-เศร้า-เป็นหนังชินไค” เมื่อดู Kimi no Na wa จบ ก็เลยไปขุดหาหนังเรื่องอื่นๆ ของ Shinkai Makoto มาดู รวมถึงเรื่องนี้ที่เราได้ยินชื่อมันมานานมากล่ะ แต่ไม่เคยได้ดูสักที

5 Centimeters Per Second แบ่งเป็น 3 บท เล่าเรื่องราวของแต่ละช่วงเวลา โดยผ่านตัวละครหลักคนละตัว โดยครอบคลุมพล็อตหลักคือเรื่องราวของเด็กหนุ่ม โทโนะ ทามากิ ผู้ต้องย้ายที่อยู่บ่อยๆ ตามครอบครัว ซึ่งในตอนเด็กเขามีเพื่อนสนิทคือ อาคาริ ซึ่งเป็นเสมือนรักแรก ก่อนที่จะต้องจากกันเมื่อต้องแยกย้ายที่อยู่กันไปคนละทาง แถมนับวันก็จะยิ่งต้องย้ายไปไกลกันมากขึ้น

…ไม่ว่าจะเขียนจดหมายถึงกันมากเท่าไร หรือโทรหากันบ่อยแค่ไหน ระยะทางระหว่างทางทั้งสองไม่เคยใกล้กันขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว…

20141214205121_mnruy
Photo by http://www.duitang.com
000111cyau6nw8ua7u31ui
Photo by http://www.zeze.com

ในขณะที่เมื่อย้ายไปเรียนมัธยมที่อื่น ทาคากิก็ได้เจอกับเด็กสาว สุมิดะ คานาเอะ ผู้แอบชอบเค้ามาตั้งแต่เจอกันเมื่อม.ต้น และตามมาเรียนม.ปลายด้วยกัน ชีวิตของสุมิดะนั้นเหมือนไร้จุดหมาย มีเพียงความรู้สึกที่มีต่อทาคากิเท่านั้นที่ดูชัดเจนกว่าสิ่งอื่น ทำให้เมื่อต้องตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคต สุมิดะก็ถึงคราวคิดหนัก

ราวกับฟ้าเล่นตลก สุมิดะนั้นทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ใกล้ชิดทาคากิ แต่ไม่ว่าจะใกล้กันแค่ไหน เธอก็รับรู้ว่าทาคากินั้น มีจุดหมายปลายทางที่ไกลออกไปมากขึ้นทุกที

Photo from www.topit.me
Photo from http://www.topit.me

หนังเรื่องนี้จึงเหมือนเล่นประเด็นของระยะทางกับความรู้สึก ในความทรงจำของมนุษย์เรามักจะเลือกจดจำเฉพาะสิ่งสำคัญ เหตุการณ์ที่ประทับใจ หรือสะเทือนใจ และเรามักจะคอยมองหาโอกาสที่จะได้รับรู้เศษเสี้ยวความทรงจำนั้นเสมอ ในขณะที่กับบางเรื่อง…แม้จะยิ่งใหญ่ใกล้ตัวแค่ไหน เราก็ไม่รู้สึกถึงมันได้เลย

สำหรับทาคากิ ช่วงเวลาเพียงแค่กลีบซากุระโปรย คือราว 5 เซนติเมตรต่อวินาที คงเหมือนนิรันดร ส่วนสุมิดะนั้นเหมือนช่วงเวลาซึ่งถูกกักไว้ในจรวดอวกาศที่พวยพุ่งออกไปจากโลก เนิ่นนาน แต่เหมือนชั่วพริบตาสำหรับคนนอก ความอึดอัดที่ตลอดเวลาสุมิดะพยายามมีทาคากิเป็นเป้าหมาย ไม่ต่างอะไรกับสภาพจิตใจของนักบินอวกาศที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่าเมื่อขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศจะเป็นอย่างไร

ช่วงเวลา และระยะทางของทั้ง 3 คน จึงเหมือนเป็นเส้นตรงที่มาจากคนละทิศทาง ตรงเข้ามาตัดผ่านกันชั่วระยะหนึ่ง แล้วต้องวิ่งต่อไปในทิศตรงกันข้ามเสมอ

Photo from otakureviewz.files.wordpress.com
Photo from otakureviewz.files.wordpress.com

ความลึกซึ้งและโหยหาของทาคากิ และอาคาริที่ส่งจดหมายหากันเท่าไร ก็เหมือนไม่เพียงพอ และการเดินทางไปหากันนั้น เสมือนเวลาแต่ละวินาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนหวั่นใจ เหมือนแค่นาทีเดียว ความเหงาก็พร้อมจะกัดกินหัวใจของคนทั้งสองให้เจ็บปวด


ต่อจากนี้เตือนก่อนว่าจะมีสปอยล์!
ต่อจากนี้เตือนก่อนว่าจะมีสปอยล์!

ต่อจากนี้เตือนก่อนว่าจะมีสปอยล์!

ต่อจากนี้เตือนก่อนว่าจะมีสปอยล์!


แต่ในทางกลับกัน พวกเขาทั้งสองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับช่วงเวลาที่ห่างกัน เพราะคิดว่าการส่งข้อความจะช่วยทดแทนได้ และในระหว่างนั้นเองที่ทาคากิได้รับรู้ว่า ไม่ว่าจะรับรู้เรื่องราวของอีกคนมากเท่าไร ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้ใกล้กันขึ้นมา แต่กลับห่างไกลกันมากขึ้นไปอีก รู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านมาเนิ่นนานจนยากจะถอนตัว

รวมถึงความรู้สึกของสุมิดะเอง ที่สุดท้ายก็ไม่ได้บอกกล่าวไปกับทาคากิว่าเธอชอบเขามากแค่ไหน และปล่อยเขาไปในที่สุด ดังนั้นความรู้สึกที่ติดค้างนั้นเองได้ตกตะกอนซ่อนอยู่ในชีวิตของทาคากิเสมอมา และเขาเองก็พยายามซ่อนมันเอาไว้โดยการเอาเวลาไปทำงาน ทำให้สุดท้ายเขาก็ลืมไปแล้วว่าเคยรู้สึกอย่างไรกับอาคาริ

แต่พอรู้สึกตัวขึ้นมา เขาก็จะจมอยู่กับช่วงเวลาและความรู้สึกที่ไม่สมบูรณ์ ความรู้สึกผิดและเสียดายที่ไม่ได้ลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้อยู่ข้างอาคาริ ทำให้เขาพยายามจะมองหาโอกาสจากสิ่งรอบตัวเสมอ แม้ว่าจะรู้ดีว่าเป็นเรื่องไร้เหตุผล จนสุดท้ายมันก็กลับมาในลูปเดิม ทาคากิจึงต้องพยายามเปลี่ยนแปลงบางอย่างในชีวิต ฟังดูเจ็บปวด แต่เมื่อเราเรียนรู้ที่จะยอมรับ และอยู่กับมัน เราก็จะสามารถก้าวข้ามความเจ็บปวดนั้นไปได้ด้วยดี

การปล่อยวางคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

20160217115316_a3crj

เพราะไม่ว่าเราจะมีความรู้สึกคิดถึงกันมากเท่าไร แต่เมื่อเราปล่อยให้ช่วงเวลานั้นผ่านไปแม้เพียงเสี้ยวดอกไม้โปรยปราย มันไม่มีทางจะย้อนคืนกันมาได้ คงเหลือเพียงความทรงจำเท่านั้น

หนังเรื่องนี้จึงเป็นเหมือนเสียงนาฬิกาปลุกสำหรับคนที่มีความตั้งใจบางอย่าง หรือมีสิ่งที่อยากพูด แต่ไม่ได้พูดหรือทำมันออกไป และเป็นเหมือนภาพถ่ายสะท้อนของช่วงเวลาสวยงามซึ่งผ่านไปอย่างไม่อาจย้อนคืนมา แต่เราคงระลึกถึงมันได้ด้วยความรู้สึกที่สวยงามเสมอ

ในช่วงเวลาที่ดีของชีวิตครั้งหนึ่ง…แค่รับรู้ว่าเราคิดถึงกันมากแค่ไหน ต้องการกันมากเพียงไร เท่านั้นก็ถือว่ามีโชคชะตาที่ดีต่อกันมากพอแล้ว

อยากให้ทุกคนได้ลองรับรู้ความรู้สึกที่สวยงามแม้จะแสนสั้นนี้ด้วยกันสักครั้งค่ะ และตัดสินใจ รวมถึงมองเรื่องนี้อย่างไร  จะปล่อยให้มันหลอกหลอนเราด้วยความยึดมั่น หรือจะปล่อยมันเป็นเพียงภาพความทรงจำ ก็ขึ้นอยู่กับความรู้สึก และวิจารณญาณของแต่ละคนกันเนอะ

One more time…


Follow me ติดตามกันได้ที่
🌙 Facebook : Deadlydoll
🌙 Instagram : @Deadlydoll
🌙 Youtube : Deadlydoll Vanessa
🌙Email : deadlydollvanessa[at]gmail.com
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s