#DeadlydolltoKorea 3 วัน 2 คืนในโซล…เราทำอะไรได้บ้างนะ?

บินลัดฟ้าไปเกาหลีกับ REVU ฟรี 3 วัน 2 คืน เยี่ยมชมออฟฟิศ Yellostory บริษัทแม่ของ revu.net ประเทศไทย สัมผัสวัฒนธรรมและการทำงานแบบเกาหลีค่ะ

จากที่ดีใจสามบ้านแปดบ้าน อวดทั้งใน Fanpage และใน Facebook ตัวเองไปราวๆ เดือน ว่าเราชนะแคมเปญใหญ่ของทางเว็บ revu.net ได้ไปเที่ยวเกาหลีใต้ฟรีสามวันสองคืน ตอนนี้ได้ไปแล้วค่ะ ต้องขอบคุณโอกาสดีๆ จากทาง revu ด้วยนะคะ 😆

โดยเราเริ่มออกเดินทางกันในช่วงกลางคืน เพื่อที่จะได้ใช้เวลาช่วงเช้ากันที่เกาหลีแบบจุใจ แต่เผอิญด้วยสภาพอากาศแปรปรวน ไฟล์ทเราเลยดีเลย์ไปราวๆ เดือบสองชม. เราถึงเกาหลีใต้กันในช่วงบ่าย ในการเดินทางเรามีทีมงานไปด้วยกัน 2 ท่านค่ะ และเมื่อถึงสนามบินอินชอน จึงมีทีมงานบริษัทฝั่งเกาหลีเข้ามารับและทักทาย ก่อนจะพาเราเดินทางไปยังที่พักเพื่อเก็บสัมภาระ และพักผ่อนกันเล็กน้อย

สำหรับที่พัก เราพักกันที่โรงแรม Dormy Inn Premium อยู่ในเขตกังนัม มีความรู้สึกร่ำรวยทันที 555


ทำเลที่พักอยู่ในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ค่ะ มีร้านสะดวกซื้อรายล้อม อยู่ติดถนนใหญ่ และไม่ไกลจากรถไฟใต้ดิน เดินอ้อมเข้าถนนด้านหลังเป็นย่านร้านอาหาร มีความเดินแล้วใกล้เคียงทองหล่อบ้านเรา

ในโรงแรมตกแต่งสไตล์โมเดิร์น โทนสีเทา น้ำตาล และดำ มีแขกทั้งเกาหลีและต่างชาติเข้ามาพักเรื่อยๆ ค่ะ ทางทีมงานได้จัดห้องพักให้เราคนละห้อง มากันรวมทีมงานก็ 4 ห้องพอดี พักที่นี่ทั้งสองคืนค่ะ

มาเข้าห้องพักผ่อนกันเถอะ มีความง่วงนอนและเพลียเบาๆ ห้องของเราน่าจะเป็นห้องเลขคี่คนเดียว เลยหลุดมาคนละฝั่งกับคนอื่น เปิดมาเจอประตูกั้นระหว่างห้องน้ำกับห้องนอนแล้วตกใจ คือมันเล็กมาก 55

แต่พอเข้าโซนห้องนอนแล้ว ก็ดูกว้างพอสมควรสำหรับห้องเดี่ยว มีชุดโซฟาและโต๊ะเครื่องแป้ง

ระบบไฟฟ้าและแผงควบคุมต่างๆ ปลั๊กไฟบ้านเค้าคงเป็นอะไรที่เรากังวล แต่เอาจริงๆ อุปกรณ์ที่เราเอาไปด้วย เช่น เตารีดน้อย ที่ม้วนผม ก็เสียบได้หมดนะ อาจเพราะเค้าเตรียมปลั๊กไฟขนาดต่างๆ เอาไว้ให้ ลองดูที่แป้นจะมีบอกกำลังไฟของปลั๊กค่ะ

ที่เราว่ายากกลับเป็นแผงบังคับแอร์มากกว่า คือตั้งค่ายากมากที่จะให้มันเย็นตลอดเวลา คือพอถึงจุดหนึ่งมันจะตัดอัตโนมัติ และไม่มีอำนาจของปุ่มตั้งค่าใดๆ จะทำให้มันกลับมาทำงานได้ คือเหมือนมันมีกำหนดอุณหภูมิไว้มั้งว่าทำงานถึงจุดหนึ่งๆ จะตัด

ใครจะมาพักที่นี่ ระวังห้องฝั่งเลขคี่นะคะ ห้องฝั่งนี้จะหันเข้าด้านในถนน วิวจะไม่มองเห็นถนนกว้างๆ สวยๆ แบบห้องฝั่งเลยคู่ ถือว่าซวยไปค่ะ แต่โดยรวมแสงก็เข้าพอๆ กันสำหรับห้องชั้น 4 มีน้อยกว่าเล็กน้อย ที่เห็นเราเซลฟี่แสงงามๆ เราวิ่งไปถ่ายในห้องพี่บุคก้า บล็อกเกอร์ที่ได้รับรางวัลด้วยอีกคน ห้องนั้นแสงจะเข้าเต็มที่กว่า

เครื่องใช้ฟรีที่ทางโรงแรมมีให้ ไดร์เป่าผม แปรงสีฟัน+ยาสีฟัน ผ้าขนหนู ตู้เซฟ เราว่ามันสะดวกมากที่เขามีชุดลำลองให้ มี 2 ไซส์ด้วยนะคะ รวมถึงรองเท้า แต่เราเท้าเล็ก ใส่ของเค้าลำบาก เวลาไปห้องอาหารเราเลยใช้รองเท้าแตะของเราเอง

ภายในส่วนห้องน้ำแบ่งเป็นพื้นที่อาบน้ำกับห้องสุขา สุขานี่รักมาก ไม่ได้รักเพราะมันเป็นส้วมไอทีนะ แต่เพราะเค้ามีน้ำสำรองเผื่อฉุกเฉินไว้ ประเทศไทยที่สาธารณูปโภคมาๆไปๆ แปรปรวนกว่าประจำเดือนชะนีควรเอาอย่างให้ทั่วถึงกัน แค่เอาน้ำใส่แกลลอนเองแก

ลืมถ่ายให้ดูว่าเค้ามีแชมพู+ครีมนวด รวมถึงสบู่เหลวแบบขวดใหญ่มาก และแชมพูเค้าดีงามมาก ผมนุ่มสลวยจนอยากไปถามว่าทางโรงแรมใช้ของบริษัทไหนคะ? จะไปตามซื้อ 55

อากาศที่โซลตอนนี้ค่อนข้างจะสบาย มีมรสุมเข้ามาพอดี ทำให้อากาศไม่ร้อน ติดออกจะเย็นๆ มีลมพัดทั้งวัน สภาพแวดล้อมดูคล้ายไทย แต่มีระเบียบ และการจัดการขยะที่ดีกว่า ทำให้ตามท้องถนนดูน่าเดิน เว้นเสียแต่ภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง เนินจะเยอะมาก ไม่เหมาะสำหรับการเข็นรถวีลแชร์ ฉะนั้นใครมีเหตุให้ต้องใช้รถเข็น พาเพื่อนมาช่วยกัน 2-3 คนจะดีค่ะ เข็นเองไม่ไหว ให้เพื่อนเข็นน่าจะมีหลังแอ่น เนินพี่จะเยอะไปไหน

แต่งหน้าเตรียมไปชมออฟฟิศ Yello Story แต่งแบบไม่แคร์เทรนเกาหลีเลยค่ะ 55

หลังจากเก็บของและพักสักนิด จึงต้องออกไปหาอะไรทานกันบ้าง เราฝากท้องมื้อแรกในเกาหลีไว้กับร้าน School Food ไม่ไกลจากที่พักนักค่ะ ร้านนี้มีสาขาในไทยด้วย แต่บอกเลย…รสชาติคนละเรื่องค่ะ พี่น้อง

บอกเลยว่าอาหารเกาหลีจานใหญ่มากกกกกกกก ใหญ่แบบกินไม่หมด เราทึ่งมากที่สาวๆ โต๊ะข้างๆ สั่งมาสามจาน ทานกันสองคนหมด

ปกติเราไม่ค่อยชอบอาหารเกาหลี เพราะเคยลองในไทยแล้วรู้สึกเลี่ยน แฉะ แหยะ แต่มาถึงที่ก็ต้องกิน เลยสั่งตามคำแนะนำของทีมงานฝั่งเกาหลี อ๋อ…ลืมแนะนำค่ะ ทางบ. Yello Story ที่เราเดินทางมาเยี่ยมชมในครั้งนี้ มีส่งทีมงานมาช่วยดูแลพวกเราเป็นระยะ ด้วยความเป็นกันเองและเทคแคร์ดีมาก เค้าแนะนำเมนูที่…เรียกว่าอะไรดี มันคือหมี่เย็นแบบเผ็ดๆ มาถึงที่เราต้องลองของท้องถิ่นค่ะ สั่งมาเลย

สรุป…กินไม่ได้  ToT 

คือดูจากหน้าตามันมีน้ำแข็งด้วย เวลากินต้องนำมาคลุกด้วยกัน มันไม่น่าเผ็ดแสบไส้ขนาดนี้ ทานไปได้สักหน่อยก็ต้องเปลี่ยนไปจิ้มข้าวปั้น หรือเกี้ยวที่สั่งมาเพิ่ม เพราะกระเพาะจะพังค่ะ ใครทานเผ็ดไม่ได้ โปรดหลีกเลี่ยง

ทานข้าวกันเสร็จมีใช้เวลาส่วนตัวแถวๆ นั้นสักพัก ก่อนจะเดินทางไป Yello Story กันเถอะ!

บริษัท Yello Story Korea เป็นพาร์ทเนอร์ที่ร่วมกันพัฒนาเว็บ revu.net โดยในเบื้องต้นนั้นเคยมีการทำแพลตฟอร์มคล้ายๆ กันในเกาหลีใต้แล้ว คือเป็นเว็บเปิดให้ Reviewer เข้ามาเลือกสินค้ากลับไปผลิตชิ้นงาน ทำหน้าที่เป็นตัวกลางสื่อสารระหว่าง Brand และ Reviewer หลังจากนั้นจึงเข้ามาร่วมมือกับบริษัทในไทยเปิดตัวเว็บสำหรับรีวิวเวอร์ชาวไทยขึ้นมาในปีนี้ ถ้าใครสังเกต บล็อกของเราบางอันจะติด Sponsored Code ของ Revu ด้วย เพราะเราเองก็เข้าไปใช้งานเพื่อหาอะไรแปลกๆ ที่ไม่เคยลองมาเล่นดูค่ะ

หลังจากเข้าชมได้สักพัก รู้สึกว่าโดยรวมแล้ว Yello Story ก็คล้ายๆ บริษัท Startup บ้านเราหลายๆ ที่ มีระบบและวิธีการทำงาน รวมถึงสวัสดิการและสังคมทำงานแบบสมัยใหม่ คือไม่ยึดติดอยู่กับรูปแบบที่พนักงานต้องหันหน้าเข้าคอม ห้ามเอาสิ่งหย่อนใจมาให้เห็น บลาๆๆ

ด้านบนซึ่งเป็นส่วนห้องทำงานของผู้บริหาร มีสวนเล็กๆ บริเวณระเบียง ทาง CEO เล่าให้ฟังว่าบางครั้งจะมีการจัดปาร์ตี้บาร์บีคิว เชิญเหล่าบล็อกเกอร์ที่เคยร่วมงานกันมาสังสรรค์ร่วม เป็นไอเดียที่อยากเจอบ้าง 😊

วิวของย่านกังนัมที่มองออกไปจากชานเมืองกี้ พอทีมเกาหลีบอกว่าแถวนี้ไอดอลอยู่เยอะ อีนี่ก็แทบจะพุ่งลงไปเดินเล่นเลยค่ะ เผื่อเจอเผื่อได้เผื่อโดนสักคน 55

สิ่งที่ชอบคือภายในออฟฟิศเค้าจะมีทางเดินที่ติดกระจกทำเป็นบอร์ด เผื่อเวลาเดินคุยกันสามารถแวะเขียนหรือหารือไอเดียได้เลยทันที รวมถึงมีส่วนของคาเฟ่ในตัว แน่นอนว่าพนักงานมีสวัสดิการเครดิตในการสั่งเครื่องดื่ม มีห้องหนังสือซึ่งส่วนมากเป็นการ์ตูน แหม่…ทำงานมันเครียด

เค้ามีนิตยสารแจกฟรีสำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกของเขาด้วย ก็จะเป็นการรวมข่าวคราวต่างๆ บทความรีวิวที่น่าสนใจ เราว่าทาง Revu ก็น่าจะลองทำดูนะคะ เนื้อหารีวิวที่ขึ้นไปต่อเดือนมีค่อนข้างมากเลย พอจะทำ Free copies บางๆ ได้อยู่

เราไปในวันที่เขาจัดปาร์ตี้ประจำเดือนพอดีค่ะ เข้าไปนี่เขินเลย ไม่คิดว่าจะได้เจอคนเยอะๆ ขนาดนี้ ทางเจ้าบ้านก็ใจดีค่ะ มีส่งขนม และเครื่องดื่มน้ำหมักมาเล็กน้อย…

ก่อนจากกัน แน่นอนว่าต้องขอถ่ายภาพร่วมกับทีมงานฝั่งเกาหลีใต้สักหน่อย หน้าเราเครียดนิดอย่าตกใจ เราแค่เพลียค่ะ 55

เสร็จภารกิจในการเยี่ยมชม Yello Story ทาง CEO จึงพาพวกเราไป Dinner ด้วยกันค่ะ ซึ่งก็อยู่ในย่านนั้น เราประทับใจในการดูแลของพวกเขามาก ตั้งแต่มารับแล้ว รวมถึงบรรยากาศตอนพากันไปร้านอาหารด้วย คือเขามีความกระตือรือร้นในการต้อนรับพวกเรามากจริงๆ

คราวนี้ได้ทานกันที Chez Maak ฟีลเหมือนร้านอาหารเกาหลีแบบฟูชั่น ผสมกับผับเล็กน้อย ส่วนมากจะเห็นหนุ่มๆ สาวๆ แวะกันเข้ามาทานพอสมควร

คำว่า Maak ในชื่อร้าน คล้ายกับชื่อเครื่องดื่มชนิดหนึ่งของเกาหลี อันนี้ต้องขออภัยที่ให้ข้อมูลแน่ชัดไม่ได้ เพราะเรามีความรู้เกี่ยวกับเกาหลีน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่ดูเหมือนจะเป็นชื่อของเครื่องดื่มทำนองข้าวหมัก

จะบอกว่าใครชอบกิมจิ ต้องลองกิมจิพิซซ่า (รูปซ้ายสุด) เราไม่กินผัก แต่ทางสาวเกาหลี หนึ่งในทีมงานที่นั่งข้างเราเชียร์มาก แถม CEO เค้ายังเสนอมาว่าสั่งมาลอง ทานไม่ได้ไม่เป็นไร อะหื้อออ ไม่ปฏิเสธก็ได้ค่ะ ลองแล้วรสชาติไม่ผักมาก พอกินได้จริงๆ แต่มีความเปรี้ยวแปลกๆ

ไก่ทอดที่เห็นเป็นเมนูที่เด็ดมาก ใครติดใจบอนชอน บอกเลยว่าเกาหลียังมีไก่ทอดเด็ดๆ ให้ลองอีกหลายร้าน ส่วนอีกเมนูที่ถูกปากกันมาก คือวุ้นเส้นผัด ซึ่งมีขนาดของเส้นคล้ายกับผัดไทบ้านเรา แต่รสชาติเหมือนผัดน้ำมันหอยผักบุ้งอะไรทำนองนั้น

สุดท้ายเป็นเมนูที่เราขอ เพราะเราชอบเบค่อน คือเบค่อนเต้าหู้กิมจิ จะมีน้ำจิ้มเผ็ดๆ เสริฟพร้อมกัน เวลาทานคือตักแบ่งสามอย่างคีบไปจิ้ม แล้วเข้าปากทีเดียว อร่อยแปลกๆ ดีค่ะ

เราเกริ่นไว้เรื่องเครื่องดื่มข้าวหมักใช่มั้ย? CEO ของ Yello Story ก็สั่งมาให้ลองค่ะ บอกว่าฮิตพอสมควร หน้าตาดูเป็นน้ำนมไร้พิษสงมากๆ ดื่มแล้วหวานเหมือนนมข้าว แอบติดรสแอลกอฮอล์เบาบาง แต่เขาเตือนมาว่า เมาไม่รู้เรื่อง

A new alcohol unlock! Makgeolli. It's some kinda like mix of rice till it turn to alcohol.

A post shared by †Beauty BloggerxDarkUnicorn† (@deadlydoll66) on

เขาเรียกว่า “มักกอลลิ” เราจำไม่ได้ว่าเค้าได้อธิบายส่วนผสมไหม แต่เอาไว้วันหลังค่อยศึกษาล่ะกัน วันนี้ขอใช้เวลาดื่มด่ำกับอาหาร และมิตรภาพดีๆ ก่อนค่ะ เพราะทีมเกาหลีน่ารักมากจริงๆ แม้ว่าภาษาเราจะแย่ ก็ยังพยายามคุย รู้สึกอบอุ่น 😊

ขากลับแอบมีแวะ Line Shop หลังแยกกับทีมเกาหลี สาขานี้ใหญ่มาก มี 3 ชั้น แต่เราไม่ได้อินกับมันเท่าไร เลยเดินอยู่แค่ชั้นเดียว สินค้าเล่นเอาแแฟนคลับน่าจะตาลาย

มีความแอบเซลฟี่ในร้านกับพี่บุคบ้าง เดี๋ยวเค้าไม่รู้ว่ามาด้วยกัน 55

Highlight ของร้านค่ะ หมีบราวน์ตัวยักษ์ นี่ไม่อินยังต้องไปต่อคิวถ่าย มันน่ารักดี ❤️

หมดวันแรกไปแบบทรหดเล็กน้อย อาจเพราะเรานอนกันไปได้นิดหน่อย บวกกับความเพลียในการเดินทาง รวมถึงกิจกรรมบางอย่างที่ทำให้เราปวดหลัง เลยต้องกลับมาฟิตสำหรับวันต่อไป ไม่งั้นโปรแกรมวันที่สองซึ่งมีสิ่งที่เราอยากไปจะพัง

เราอยากไปไหนใน Seoul น่ะเหรอ? ที่นี่ไง…

พระราชวังเคียงบก หรือ Gyeongbokgung Palace ค่ะ เราไม่ค่อยคุ้นกับวัฒนธรรมของเกาหลี แน่นอนว่าต้องเริ่มจากประวัติศาสตร์ตามสไตล์สาวโบราณฯ เราจะไม่เสียเวลาร่ายว่าวังนี้สร้างเมื่อไร? มีการเปลี่ยนแปลงยังไง? มีส่วนประกอบอะไรบ้าง? เพราะเราไม่รู้  แต่จะขอข้ามไปให้ชมรูปสวยๆ กันก่อน ความรู้เอาไว้ถึงไทยพี่จะค้นให้นะจ๊ะ

ดูเผินๆ เห็นได้ชัดว่าสถาปัตยกรรมนั้นรับรูปแบบอิทธิพลจีน โดยเฉพาะราชวงศ์ถังมาเต็มๆ (โหมดมโน เถียงได้นะคะ)

สีสันและลวดลายน่าจะพัฒนามาจากพวกลายดอกไม้ ลายพฤกษา ผสมกับสัญลักษณ์มงคลแบบเกาหลีเอง

เรามั่นใจว่าเราต้องการเวลามากกว่าแค่ 2.30 ชม.ในนี้ค่ะ ขออย่างน้อยหนึ่งวัน เพราะมันกว้าง และยังชมได้ไม่กี่ส่วนเอง

ส่วนของตำหนัก Gyeonghoeru มีไว้เพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองของเกาหลี เป็นตำหนักกลางน้ำ และมีส่วนลานสำหรับจัดแสดงการละเล่นต่างๆ ด้วย มีเวลาแสดงเป็นรอบ เนื่องจากเวลาไม่พอ เราเลยไม่ได้อยู่ชมการแสดงในส่วนนี้ เท่าที่พอทันเวลาก็มีมาถึงวังในจังหวะเปลี่ยนเวรยามพอดีเท่านั้น

ความน่ารักที่เราชอบ คือการที่เห็นวัยรุ่นเช่าชุดโบราณมาใส่เดินเที่ยวด้วยนี่แหละค่ะ บ้านเราไม่รู้เป็นอะไร ใส่สไบเข้าวัดพระแก้วแล้วจะไม่สุภาพ หรือจะใส่ไปพารากอนก็ไม่ได้ น่าเสียดาย ไม่สิ…น่าอับอายที่เราเชิดชูวัฒนธรรมตัวเองแบบครึ่งๆ กลางๆ

เสร็จจากวัง เราก็ไปช้อปปิ้งที่ย่านเมียงดงกันต่อค่ะ มีหลายคนรอดูตรงนี้อยู่ล่ะซี่ บอกเลยรอไปก่อนนะ เพราะเราเป็นคนอินกับสถานที่ท่องเที่ยวแบบอื่นมากกว่าช้อปปิ้ง ถึงแม้เราจะชอบเครื่องสำอางและเสื้อผ้าก็ตาม 55

ตอนกลางวันคนก็มีเดินขวักไขว่ แต่จะไปเริ่มเยอะเอาตอนบ่ายคล้อยๆ ที่มีร้านรวงมาเปิดตรงทางเดินค่ะ กลางคืนนี่แน่นมากทั้งของกินของใช้ เนื่องด้วยว่านักท่องเที่ยวไทยมาเสียดุลที่นี่บ่อย แม่ค้าพ่อค้าที่นี่จะพูดไทยได้บ้าง ความเทพอยู่ที่ว่าขายอะไร ขายสาหร่ายหรือไอติมอาจไม่เทพเท่าแคชเชียร์ Etude เป็นต้น

วันแรกเดินกังนัมไปด้วยความไม่มั่นใจ เพราะคนแถวนั้นสวยหล่อกันมาก ผิวเนียนหน้าใส แต่งตัวดี จนเรารู้สึกเหมือนอยู่ผิดที่ผิดทาง แต่พอมาตลาดเมียงดง อุแหม่…ก็บ้านๆ เราแหละวะ บ้านเราจริงๆ เพราะมีคนไทยเดินเยอะ ส่วนคนเกาหลีก็มีหลายแบบหลายหน้ามากขึ้น เอาเป็นว่าความมั่นใจกลับมาบ้างแล้วค่ะ 55

วันนี้ฝากท้องที่ร้านเนื้อย่าง ทีมงาน revu พามา ไม่แน่ใจเรื่องชื่อร้าน เจอแค่เครื่องเคียงก็จะพากันอิ่มแล้วค่ะ ในร้านเปิด k-pop จนจะเต้นอยู่ล่ะ เนื้อเค้าก็น่ากิน เสียดายที่ทานได้แต่เนื้อหมู แต่ก็มีสามชั้นให้กินแทนเบค่อนก็อุ่นใจ

ร้านเนื้อย่างพวกนี้จะมีพนักงานบริการเรานะคะ นั่งรอทานสบายๆ ไม่ต้องร้อนย่างเอง

เสร็จจากมื้อกลางวันในบ่ายคล้อยๆ เราก็ไปช้อปปิ้งกันต่อ ร้านที่แวะก็มีแบรนด์คุ้นหน้าคุ้นตากันดีแน่นอน รอดูตอนคลิปเปิดถุงตัดเสร็จนะคะ อาจจะไม่มากมาย แต่ครอบคลุมและเน้นความแปลก ดูตัวอย่างได้จากรูปด้านล่าง

บอกตรงๆ ว่าถึงจุดนี้ไม่มีแรงแล้วค่ะ กลับมาโรงแรมนี่คือนอนสลบ ไม่ไปกินข้าวเย็นที่ไหนแล้ว แต่ทางโรงแรมมีบริการโซบะฟรีตอนสามทุ่มถึงห้าทุ่ม ก็เลยพยุงร่างกับพี่บุคก้าไปทานด้วยกันค่ะ ก่อนจะกลับมาเก็บกระเป๋า เตรียมเช็คเอ้าท์ในวันต่อไป

และแล้วเราก็ได้ใช้เวลาพักผ่อนในช่วงเช้า ก่อนจะออกมาทานอาหารเที่ยง คราวนี้เป็นซูชิค่ะ แถวๆ ถนนหลังที่พักนั่นแหละ จะบอกว่าฟินกับสไตล์การปั้น ความชำนาญ และความสดของอาหารเค้ามาก

เนื่องด้วยชื่อร้านเกาหลีมาเลยค่ะ พยายามหาชื่อร้านแล้ว แต่เจอแต่เกาหลี เอาเป็นว่าเดี๋ยวเราจะพยายามหาเพื่อนที่อ่านออกมาแปลให้นะคะ จะได้ทราบชื่อร้านเผื่อใครอยากโดน

อาหารเราจะสั่งหรือหยิบจากสายพานก็ได้ค่ะ แต่สั่งเอาจะสะดวกกว่า แซลมอนของเค้าสดและอร่อยมาก ถือว่าเป็นมื้อที่ประทับใจกันก่อนจากเลยทีเดียว

ก่อนจากกันต้องขอขอบคุณทาง Revu.net สำหรับโอกาสในการเดินทางครั้งนี้ ขอบคุณทาง Yello Story สำหรับการดูแลและแทคแคร์ในเกาหลี สำหรับทริปนี้ต้องบอกตรงๆ ว่าเวลาน้อยไปหน่อยค่ะ ทำให้เราเก็บเกี่ยวความฟินมาฝากกันได้แค่นี้ พอได้ลองไปแหย่ๆ 3 วันแบบนี้ ทำให้เรารู้สึกว่าอยากไปใช้เวลาอีกยาวๆ เลยค่ะ คราวนี้อาจจะมีบล็อกมหากาพย์มาให้ตามอ่านกันแบบขี้เกียจตาม 55

ขอตัวลากันไปแบบดื้อๆ อย่างนี้ล่ะค่ะ ไว้เจอกันบล็อกหน้า คราวนี้ขอฝากหมวด Travel ไว้ด้วยนะคะ อาจจะมีอัพเรื่องเที่ยวๆ ให้ฟังกันบ้าง บ๊ายบายค่ะ

XOXO
Deadlydoll


Follow me ติดตามกันได้ที่
🌙 Facebook : Deadlydoll
🌙 Instagram : @Deadlydoll
🌙 Youtube : Deadlydoll Vanessa
🌙Email : deadlydollvanessa[at]gmail.com

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s