ท่องย่านเก่าบางกอก…พินิจพิพิธบางลำพู โดยกรมธนารักษ์

ท่องย่านเก่าในบางกอก…พินิจพิพิธฯบางลำพู รวมเสน่ห์ท้องถิ่นตามรอยประวัติศาสตร์ โดยกรมธนารักษ์ บางครั้งในพื้นที่ที่เราเดินผ่านทุกวัน อาจมีเรื่องราวมากมายซ่อนอยู่ วันนี้เราจึงมาแนะนำอีกหนึ่งย่าน และหนึ่งพิพิธภัณฑ์สนุกๆ ที่น่าไปเยือนค่ะ

งานนี้ทางพิพิธฯชวนไปค่ะ ออกตัวก่อนเลย SR ด้วยขนมนมเนย 55 ส่วนตัวเราเป็นคนชอบย่านกรุงเก่ามากๆ ก็เลยภูมิใจนำเสนออีกหนึ่งจุดที่น่าแวะไปชมของกทม. คือพิพิธบางลำพู โดยกรมธนารักษ์ เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นย่านบางลำพู ถนนพระอาทิตย์ของเรานั่นเอง ลองหันหลังให้ถนนข้าวสารและมุ่งหน้ามาเข้าป้อมพระสุเมรุ เข้าพิพิธภัณฑ์กันบ้าง ยิ่งถ้าใครติดใจแนวของมิวเซียมสยาม ท่านจะต้องไม่พลาดมาที่นี่

ทำเลที่ตั้งของพิพิธบางลำพู อยู่ริมถนนพระอาทิตย์ ติดกับป้อมพระสุเมรุ และสวนสันติไชยปราการ บริเวณด้านหลังเมื่อข้ามคลองไปเป็นโรงเรียนวัดสังเวช และชุมชนบางลำพู

หากใครจะโบกรถแท็กซี่ แล้วกลัวไปไม่ถูก บอกเค้ามาป้อมพระสุเมรุ สวนสันติฯ ป้อมพระอาทิตย์ (ชื่อไม่ออฟฟิเชียล แต่บางคนเรียกงี้จริงๆ) มารถเมลมีป้ายอยู่ทางเยื้องทางเข้าไปหน่อยค่ะ

ภาพป้อมพระสุเมรุเมื่อมองจากฝั่งหน้าพิพิธฯ

ซอยบางลำพู ซึ่งอยู่ตรงหัวมุมทางเข้าพิพิธบางลำพูพอดีค่ะ เข้าไปข้ามคลองจะเจอทางเข้าโรงเรียนวัดสังเวช ด้านในนั้นมีร้านผัดไทสุโขทัยอยู่นะ อร่อยมาก (เกี่ยวไหม?) โอเค เอาเป็นว่าจุดสังเกตเยอะมาก แค่จะสังเกตเห็นไหม แต่ตึกของพิพิธนี้แต่เดิมเป็นโรงพิมพ์คุรุสภาเก่า ก่อนจะมีกรมธนารักษ์เข้ามาใช้งาน และรีโนเวทเพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์ภายหลัง

พิพิธบางลำพูมีอาคารจัดแสดงอยุ่ 2 หลัง แต่มีทางขึ้นนิทรรศการทางเดียว และลงทางเดียวสำหรับผู้เข้าชม โดยจะเริ่มที่อาคารของกรมธนารักษ์ ก่อนจะไปยังอาคารไม้ซึ่งจัดแสดงวิถีชีวิตของชาวบางลำพู

ของที่ระลึกที่เราได้จากงานสัมนาค่ะ ที่ชอบคือตัวตุ๊กตากระดาษ ซึ่งจริงๆ มาจากโครงการนำเสนอความรู้เกี่ยวกับชุมชนให้เยาวชนในชุมชนบางลำพูเข้าใจเรื่องที่มาของบางลำพู และความหลากหลายของชาติพันธุ์ในพื้นที่

ซึ่งตุ๊กตากระดาษเป็นของเล่นเก่าพอสมควร และอาจจะเก่าจนเด็กสมัยนี้ไม่รู้จักหรือเคยเล่นแล้ว แต่เด็กรุ่น Y2K อย่างดิชั้นยังทันค่ะ ลองดูชุดของตุ๊กตา จะบอกเล่าเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ของชุดแต่ละชุดพอสังเขป น่ารักอ่ะ…น่ารักจนต้องแกะมาเล่น

แน่นอนว่าเล่นจริงจัง…ใครไม่อิน ชั้นอิน นี่คือ “สมสวย” ค่ะ สมสวยจะมาเป็นเพื่อนนำชมพิพิธบางลำพูของเราในทริปนี้นะคะ โถ…แกล้งอินกันหน่อยก็ยังดีนะ 55

คำแนะนำก่อนมาพิพิธบางลำพู :
– พิพิธเปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 18.00 น. ยกเว้นวันจันทร์
– ค่าเข้าชม 100 บาท เท่ากันทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ (เด็ก / นักเรียนนักศึกษาไม่เกินปริญญาตรีในเครื่องแบบหรือแสดงบัตร / ภิกษุสามเณร / ผู้สูงอายุและผู้พิการ เข้าชมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย)
– เปิดเข้าชมเป็นรอบเท่านั้น และรอบสุดท้ายคือ 16.00 น.
ควรสวมรองเท้าที่สะดวกต่อการถอด และไม่ควรพกอาหารและเครื่องดื่มเข้ามาค่ะ 

โอเค สมสวยบอกเราว่าต้องเริ่มที่อาคารแรกกันก่อน การนำชม…สมสวยบอกว่าจะต้องขึ้นชมนิทรรศการชั้นสองเป็นรอบ เพราะว่าพื้นที่อาคารเก่าอาจจะรองรับจำนวนลูกทัวร์เยอะๆ มากไม่ไหว รอบหนึ่งก็ราวๆ 20 คนโดยประมาณ แต่ละรอบห่างกันราวๆ 30-40 นาที ระหว่างรอ…เราสามารถเดินชมนิทรรศการชั้นล่างกันได้ตามอัธยาศัย

สมสวยบอกเราว่า “รอเฉยๆ น่าเบื่อ ไปดูห้องชั้นแรกกันก่อนดีกว่า”

นี่คือนิทรรศการแรกของพิพิธบางลำพู คือ “ป้อมเขตขัณฑ์รัตนโกสินทร์” เป็นส่วนที่เล่าที่มาของเหตุที่ทำให้เกิดชุมชนรอบเกาะรัตนโกสินทร์ รวมถึงการสร้างกำแพงเมือง คูเมือง และอื่นๆ ซึ่งเป็นช่วงตั้งเมือง

ในห้องตามภาพจะเห็นว่ามีการจำลองแนวอิฐในการก่อสร้างกำแพงและป้อม โดยตัวกำแพงอิฐนี้จะมีการสอดแทรกสื่อความรู้ทั้งแบบวิดีโอ และแผ่นป้ายไว้ด้วย

เค้ามีสื่อวิดีโอในรูปแบบ Touch Screen ด้วยนะ อยากรู้เรื่องอะไร กดตามอ่านตามเมนูได้เลยค่ะ

มองออกไปด้านนอก จากห้องจัดแสดงคือวิวของถนนพระอาทิตย์

อันนี้เป็นช่องลม? เค้าเรียกงี้ไหม เป็นช่องที่เอาไว้มองลอดผ่านบนกำแพง ซึ่งทางพิพิธฯทำเอาไว้ โดยมีการซ่อนจอไว้ด้านใน เวลาเราจะเข้าไปดู ก็จะให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังมองลอดกำแพงไปดูภาพเหตุการณ์ต่างๆ เช่น พระราชพิธีเเห่เรือ เป็นต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตจริงๆ ชอบไอเดียการจัดแสดงมากๆ

หลังจากแกร่วในห้องนี้ได้สักพัก เจ้าหน้าที่พิพิธฯก็บอกว่าถึงรอบที่เราจะเข้าชมพิพิธบางลำพูแล้ว โดยในการเยี่ยมชม จะมีเจ้าหน้าที่เป็นไกด์คอยบรรยายให้เรา 1 ท่าน โดยจะเริ่มที่การนำชมพิพิธภัณฑ์ของกรมธนารักษ์

ตอนนี้เนื่องจากน้องไกด์ของเราเป็นบุรุษ เราจึงขอเปลี่ยนน้องตุ๊กตาเป็นชายหนุ่มบ้าง ตั้งชื่อไรดี? สมหล่อ? โอเค จะชื่ออะไรก็ช่าง เอาเป็นว่าไปที่สาระกันต่อดีกว่า

ในส่วนของพิพิธฯ กรมธนารักษ์ จะจัดแสดงพันธกิจต่างๆ ขององค์กร ซึ่งเราอาจจะทราบกันดีว่าเกี่ยวข้องกับการทำเหรียญเงินตรา แต่!! หน้าที่ของกรมธนารักษ์มิได้มีแต่การทำเหรียญนะคะ ยังคงมีหน้าที่ในการดูแลสมบัติของชาติ เช่นในส่วนทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และการทำเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รวมถึงอื่นๆ อีกมากมาย ต้องไปติดตามชมค่ะ

แน่นอนว่าต้องมีอธิบายเรื่องกระบวนการผลิตเหรียญกษาปณ์ต่างๆ ตั้งแต่การออกแบบจนถึงออกมาเป็นเหรียญเงินในมือของเราที่ใช้จับจ่ายซื้อของกัน

แน่นอนว่าในการดูแลทรัพย์สินส่วนพระมหากษตริย์ ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ (ของชาตินะยะ มิใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง กรุณาทำความเข้าใจใหม่) แน่นอนว่าต้องมีการดูแลข้าวของเครื่องใช้มีค่าต่างๆ บางอย่างเป็นของเก่า ก็จะต้องมีการอนุรักษ์ตามแบบวิธีของมัน ในพิพิธภัณฑ์ก็จะมีการให้ความรู้เกี่ยวกับงานช่าง และการอนุรักษ์ของเก่าเหล่านี้ไว้ด้วย

ไปกันที่ห้องต่อไป นอกจากพันธกิจในการผลิต และดูแลสมบัติของชาติในเรื่องของวัตถุแล้ว เรื่องการจัดการที่ราชพัสดุก็อยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์นี้ด้วย จึงมีการจัดแสดงเขตที่ดินฯ กระบวนการในการตรวจสอบเพื่อดูแลและจัดการที่ดินดังกล่าว รวมถึงพัฒนาการของเครื่องมือเครื่องไม้ที่เกี่ยวข้อง

ต่อมาเมื่อนำชมส่วนของพิพิธฯกรมธนารักษ์เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะพาเราเดินข้ามไปอีกตึก ซึ่งเป็นส่วนของพิพิธบางลำพู ซึ่งจะจัดแสดงเกี่ยวกับวิถีชีวิตในท้องถิ่นบางลำพูค่ะ

เมื่อมาถึงห้องจัดแสดงแรก ช่วงเบิกโรงจะมี VTR ให้ชม ซึ่งจะเป็นการเล่าเรื่องราวของชุมชนย่านบางลำพูตั้งแต่สมัยตั้งกรุงฯ ในรูปแบบของสไลด์ 2 จอ คือบนสกรีน และบริเวณที่ดีไซน์เหมือนเป็นคูคลองตรงหน้าเรา

ก่อนที่จะได้ข้ามสะพานเข้าไปชมย่านสีสันของบางลำพูกันต่อ ซึ่งหากว่ากันง่ายๆ ชุมชนบางลำพูเป็นแหล่งรวมศิลปกรรม หัตถกรรมของหลายชนชาติ สินค้าอุปโภคบริโภคบางอย่างที่มีชื่อเสียงก็มาจากย่านนี้หลายอย่าง ซึ่งในพิพิธก็ได้ยกมารีคอนสตรัคไว้ให้ชมพร้อมสื่อมากมายให้ลองเล่นกัน ทำให้พิพิธดูไม่น่าเบื่อค่ะ เพราะมีลูกเล่นหลายอย่าง และถ้าใครชอบถ่ายรูป บอกก่อนว่ามุมให้ถ่ายภาพอาจไม่เยอะและกว้างขวางเท่ามิวเซียมสยาม แต่ก็ได้อยู่นะ

ระวังจะตกใจน้องคนนี้…เหมือนที่เราประสบมา น้องแกแอบดูลิเกเจ้าดังในสมัยนั้นอยู่ แหม่…มาเงียบๆ

“รถราง” ซึ่งเคยเป็นขนส่งในกรุงเทพฯ และถูกยกเลิกไปไม่นาน สมัยเราไปเรียนปีหนึ่งที่มหาวิทยาลัยศิลปะแถววัดพระแก้ว ยังพอได้เห็นในรูปแบบรถรางท่องเที่ยวบ้าง แต่ก็ยกเลิกไปหลังจากนั้นไม่นาน เรียกว่ายังไม่ทันมีบุญได้ขึ้น เค้าก็ปิดหนีแล้ว TwT

คณะนาครบันเทิง หรือลิเกแม่บุนนาค เป็นลิเกที่ดังมากสมัยนั้น ขนาดที่บางคนไม่มีเงินเข้าไปดู ก็แอบเจาะรูสังกะสีดูกะเค้า! ไม่เชื่อเราลองแอบดูเป็นเพื่อนน้องคนนี้ได้ค่ะ มีรูให้ส่องอีกที่

จำลองบรรยากาศในย่านบางลำพูสมัยก่อน ค่อนข้างเป็นชุมชนที่คึกคัก เพราะเค้ามีหลายอย่างจริงๆ และบางอย่างก็ขึ้นชื่อขนาดได้รับตราพระราชทาน ได้รับพระบรมราชานุญาต เรียกได้ว่าของดีติดแท่นกันเลย เช่น แผ่นเสียงตรากระต่ายดังภาพด้านล่าง

ถัดจากนี้คงขอเล่าข้ามๆ อยากให้ไปลองชมเองและรับฟังจากเจ้าหน้าที่เลยดีกว่า ให้เล่ายาวๆ คงจะเสียอรรถรส นอกจากนี้ยังมีการยกตัวอย่างห้างร้านแนวบริการชื่อดังอื่นๆ เช่น ร้านกาแฟนันทิยา เป็นร้านดังประจำย่าน ที่จะมีคนเข้ามานั่งเล่น แลกเปลี่ยนพูดคุยกัน ดังที่เขาเคยมีคำเรียกว่า “สภากาแฟ” นั่นเอง

มาถึงร้านแก้วฟ้า เป็นร้านตัดรองเท้าหนังเจ้าดังอีกเจ้า แพงมากในสมัยนั้น

เชื่อว่าถ้าใครมีอายุสักหน่อย จะต้องเคยผ่านตายี่ห้อนี้บ้าง ชุดนักเรียนตรานพรัตน์ค่ะ เป็นร้านชุดนักเรียนที่ตัดมือทุกตัว

ถัดจากย่านการค้า จะเป็นส่วนของนิทรรศการ “ย่ำตรอกบอกเรื่องเก่า” จะเน้นไปทางจัดแสดงศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านต่างๆ ที่ปัจจุบันแทบจะสูญหายไปหมดอย่างน่าเสียดาย

ภาพนี้คือเทคนิคการแทงหยวก (สำหรับเด็กๆ หยวกกล้วย คือส่วนลำต้นของต้นกล้วย ที่เป้นแผ่นๆ ซ้อนทับกันไปมา) การแทงหยวกเป็นศิลปะสำหรับตกแต่งในพิธีต่างๆ และแน่นอน…ในพิธีศพค่ะ สมัยก่อนในการเผาศพเจ้า จะสร้างเมรุโดยการก่อขึ้นมาใหม่ แบบที่คงเคยได้เห็นกันในช่วงงานพระบรมศพสมเด็จพระพี่นางในท้องสนามหลวง

การแทงหยวกเป็นงานที่ต้องอาศัยความชำนาญ และความปราณีต เพราะหยวกกล้วยนั้นช้ำง่าย น้ำหนักมือต้องดี ไม่งั้นพลาดแล้วจะไม่สวย ถือเป็นงานช่างพื้นบ้านหายากที่กำลังจะหายไป

งานบุเครื่องเงิน ในบางลำพูก็มีชุมชนช่างบุเครื่องเงิน และช่างโลหะอีกหลายประเภทค่ะ

ขนมขึ้นชื่อประจำย่าน ข้าวต้มน้ำวุ้น ของโปรดเรา แต่เพิ่งเคยทราบว่าเป็นของดังย่านนี้

หลังจากรับฟังข้อมูลและเยี่ยมชมสินค้างานหัตถกรรมของท้องถิ่นซึ่งล้วนเป็นงานช่างที่กำลังจะหายไปแล้ว เราก็จะมาสู่ช่วงเวลาทบทวนข้อมูลที่ได้รับ พร้อมๆกับประวัติเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ของกรุงรัตนโกสินทร์กัน รวมถึงทำความรู้จักกับกลุ่มบุคคลที่มีส่วนผลักดันทำให้เกิดพิพิธบางลำพูแห่งนี้ ซึ่งมีทั้งชาวบ้านในชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันค่ะ

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงที่มาของชื่อบางลำพูแล้ว ปัจจุบันเราอาจสงสัยว่าทำไมเรียกบางลำพูทั้งที่ตอนนี้ไม่เห็นลำพูสักต้น จริงๆ แต่ก่อนมีเยอะค่ะ ก่อนจะล้มหายตายจากกันไป ส่วนลำพูต้นสุดท้ายแห่งบางนี้ เพิ่งจะล้มไปเมื่อตอนน้ำท่วมใหญ่กทม. ไม่นานมานี้ และถูกทางเจ้าหน้าที่กทม.ตัดไปด้วยความเข้าใจผิด ชาวบ้านได้ช่วยกันเก็บเอากิ่งของลำพูต้นสุดท้ายเอาไว้ และได้มอบให้กับทางพิพิธนำมาจัดแสดงค่ะ (ภาพด้านบน)

เมื่อเข้าชมมาถึงต้นลำพูจำลองแล้ว ก็เป็นส่วนท้ายๆ ของนิทรรศการแล้ว ลงจากเรือนไทย ด้านล่างก็จะมีห้องสมุดชุมชนและห้องจัดแสดงเล็กๆ อีกแห่ง พิเศษกว่าคือทางพิพิธฯ จะมีการจัดเตรียมของว่างไว้เราด้วย อันนี้ไม่แน่ใจว่ามีทุกวัน หรือเฉพาะบางวันของสัปดาห์หรือเปล่า

สาวๆ เจ้าหน้าที่เตรียม “ข้าวต้มน้ำวุ้น” ให้กับแขกที่มาเข้าชมแบบฟรีๆ ซึ่งขนมนี้ก็เป็นของดีบางลำพูตามที่ได้กล่าวไปแล้ว เรียกได้ว่าอิ่มสมอง อิ่มท้องกันไปค่ะ

อยากบอกต่อถึงคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ เองก็ดี หรือเข้ามาเที่ยว หรือมองหาสถานที่ท่องเที่ยวแบบง่ายๆ สบายๆ ในเขตกทม. ลองแวะมาย่านบางลำพู เข้าชมพิพิธนี้ก็ดีค่ะ เพราะเอาเข้าจริง…เวลาหนึ่งวันเราสามารถเที่ยวได้แบบเรียกว่าครบครัน ทั้งด้านวัฒนธรรม ช้อปปิ้ง กิน ดื่ม คือย่านนี้มีกิจกรรมและสถานที่ที่ทำให้เราตั้งโปรแกรมได้ตั้งแต่เช้าตรูยันค่ำ

แต่วันนี้เราขอลาไปกับภาพของเหมียวน้อยในพิพิธบางลำพูกันก่อน ไว้มีโอกาสจะลองจัดทริปเที่ยว 1 วัน แถวๆ นั้นให้ดู จะได้เชื่อว่าวันเดียวเที่ยวได้ครบจริงๆ บายค่ะ 😄


Follow me ติดตามกันได้ที่
🌙 Facebook : Deadlydoll
🌙 Instagram : @Deadlydoll
🌙 Youtube : Deadlydoll Vanessa
🌙Email : deadlydollvanessa[at]gmail.com
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s