เรื่องเชือกๆ กับศิลปะการมัดแบบญี่ปุ่น 1 : Hojojutsu 捕縄術 ต้นตำรับศาสตร์แห่งการมัด

พลิกแปลกแหวกแนวกันมาเลยกับบล็อกนี้ ที่จะมาพูดเรื่อง “ศาสตร์แห่งการมัด” ซึ่งหลายๆ คนอาจจะคิดไกลไปถึงเรื่องหนังโป๊แนวๆ BDSM ใช่ฮะ…ท่านมาถูกทางแล้ว บล็อกนี้จะขอเกริ่นถึงที่มาของปมอีโรติกในการมัดกันว่ามีความเป็นมาอย่างไร

ไม่ทราบชื่อภาพ เจอมาจากwww.sib-jitsu.ru

จะบอกว่ามาอัพแบบแหวกทางโค้งของบล็อกก็ไม่ได้ เพราะนี่ก็อยู่ในความสนใจแต่แรกอยู่แล้ว แค่ช่วงนี้มาเวิ่นกะสาย Beauty หนักไปหน่อย เผอิญพอกลับมาตั้งใจจะเขียนนิยายที่ค้างไว้ ก็เลยเจอข้อมูลที่น่าสนใจ นั่นคือเรื่องการใช้เชือกในการละเล่นแบบเซ็กส์พิสดาร

เคยเห็นมั้ย ตามภาพหนังสายโหด หรืองานศิลปะเชิงอีโรติกของญี่ปุ่น จะมีภาพการใช้เชือกเข้ามามีส่วนร่วมด้วย และปมในการมัดนั้นก็ดูพิถีพิถันเกินกว่าจะแค่เอาเชือกมามัดปมกันเฉยๆ ทางนี้ก็เลยสงสัยว่าไอ้การมัดเชือกแบบนี้มันมีที่มาที่ไปอย่างไร มีหลักการอย่างไร จึงค้นต่อไปเจอสามคำนี้ Hojojutsu, Kinbaku และ Shibari

คราวนี้จะพูดถึงเรื่องแรกกันก่อน คือ Hojojutsu 捕縄術 

Picture from enterjapan.me

นิยามของ Hojojutsu คือศิลปะป้องกันตัวแขนงหนึ่ง เกิดความนิยมในสมัยเอโดะ ราวคริสต์ศตวรรษที่ 14 โดยมีนัยยะว่าเป็นศิลปะในการใช้เชือกเพื่อเป็นอาวุธป้องกันตัว และควบคุมกำราบศัตรูอย่างรวดเร็ว ใช้กันตั้งแต่ในสนามรบ จนพัฒนาเข้ามาสู่กระบวนการทางกฏหมาย และกลายเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรมตำรวจญี่ปุ่น (ปัจจุบันยังมีอยู่ไหม ไม่แน่ใจ) โดยภายหลังถูกเรียกว่า Torinawajutsu ซึ่งเป็นคำอ่านอีกแบบของตัวคันจิแบบเดียวกัน ความหมายยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

Picture from homepages.slingshot.co.nz

หากจะเปรียบเทียบถึงศิลปะในการมัดที่ปราณีตกว่าอย่าง Kinbaku และ Shibari (ที่จะขอกล่าวในบล็อกหน้า) Hojojutsu ก็เหมือนการเบิกทางไปสู่การมัดของทั้งสองแบบข้างต้น โดยมีหลักการในการจู่โจมอย่างรวดเร็วและจับกุมคู่ต่อสู้ให้จำนนไร้ทางต่อกรโดยมีการใช้เชือกมามัดเป็นปมแน่นในท้ายที่สุด ลักษณะการมัดนี้ มิใช่เพียงการนำเชือกมาพันรอบตัวแล้วมัดง่ายๆ แต่เป็นการออกแบบเทคนิคการวางแนวเชือกและวางปมอย่างแยบยล ไม่ให้แน่นเกินไป แต่ไม่หลวมเกินไป อีกทั้งยังพลิกแผลงได้อีกว่าหากมีการพยายามแกะบางจุดออก อีกจุดก็อาจจะแน่นขึ้น นับว่าเป็นกลเม็ดที่ยากต่อการหลบหนีจริงๆ นอกจากนี้ “ปมเชือก” ยังอาจเป็นตัวบ่งบอกสถานภาพของผู้ถูกพันธนาการอีกด้วย

Picture from homepages.slingshot.co.nz

หลักในการใช้เชือกโดยทั่วไปในการฝึก

  1. ใช้วัสดุเชือกที่เป็นเส้นใยธรรมชาติ
  2. เชือกควรมีเส้นผ่านศูนย์กลางที 4-6 mm.
  3. เชือกสีๆ อาจจะหายากสักหน่อย แต่แบบสีดำค่อนข้างจะเห็นได้บ่อยกว่า
  4. ความยาวของเชือกโดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่ 3.5 เมตร หรือเพิ่มขึ้นมากกว่าตามสะดวกของผู้ใช้

โดยจะต้องกระทำโดยการใช้ความรวดเร็วของเทคนิคในการใช้เชือก และยังคงปฏิบัติตามกฏประเพณีคือ

  1. จะต้องแน่นมากพอที่ผู้ถูกมัดจะดิ้นไม่หลุด
  2. การมัดจะต้องไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บใดๆ บนร่างกาย และจิตใจ (เอ๊ะ ถ้าไม่ให้กลัว แล้วพี่จะผูกทำไม)
  3. ห้ามให้คนอื่น โดยเฉพาะคนถูกมัด เห็นเทคนิคการขมวดปม
  4. ตรวจสอบให้แน่นอนว่าปมนั้นมัดไว้แน่นหนาด้วยเทคนิคชั้นสูง

ทั้งนี้เทคนิคในการมัดปม กลายเป็นความลับขั้นสุดยอดที่จะบอกต่อกันระหว่างครูลูกศิษย์เท่านั้น หรือบางทีอยู่ในรูปแบบของการซื้อขายเทคนิคเพื่อเรียนรู้ภายหลัง ภายในสำนักต่างๆ

ตัวอย่างวิดีโอสอนมัด Hojojutsu (เวอร์ชันฝรั่งสอน)

ศาสตร์แห่งการมัดนี้ เป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในระบอบศักดินา และสงครามกลางเมือง เพราะจำเป็นต่อการใช้งานในการจับกุมผู้กระทำความผิด ศัตรูของเจ้าแคว้น หรือเชลยศึกต่างๆ ซึ่งจำต้องมีการควบคุมตัวไว้สอบสวนคดีความ รอพิจารณาโทษ หรือแลกเปลี่ยนตัวนักโทษหรือเชลยไปยังที่ต่างๆ จนกระทั่งถึงการทรมาน และลงโทษผู้กระทำผิด

ตัวอย่างการมัดจากในหนัง Rurouni Kenshin

ตำรวจสมัยเอโดะ จะมีการพกพาเชือกไว้ใช้งานในลักษณะเดียวกับอาวุธเสมอ เผื่อไว้ในสถานการณ์ที่ต้องเข้าจับกุมโจรผู้ร้าย รวมถึงตำรวจสมัยใหม่ก็ยังคงมีกฏให้มีการใช้เชือกในลักษณะเช่นนี้ได้

โดยลักษณะของการพกพาเชือกในสมัยเอโดะมีสองลักษณะคือ…

  1. การพกแบบขมวดนอกเสื้อเหน็บเอว (kagenawa 陰縄) ในรูปด้านซ้าย
  2. การพกแบบซ่อนปลายในแขนเสื้อ (hinawa 陽縄) ในรูปด้านขวา (ปกติจะถูกคลุมด้วยชายเสื้อ)

มาดูรูปแบบของการมัด “ปม” แบบต่างๆ ของHojojutsuกัน

รูปแบบแรกที่จะนำเสนอคือ Shingyōsō 真行草

Keisotsu kusa sō Sumi (軽卒草総角), Shikō agemaki (士行総角), and shōma agemaki (将真総角) of Hōen-ryū (方圓流).

ซึ่งเป็นการประยุกต์เอาหลักการของคำโบราณสามคำมาผนวกในศิลป์แขนงนี้ โดยปรากฏอยู่ในรูปแบบการมัดของบางสำนักที่สอนคือ Hōen-ryū (方圓流), Ichiden-ryū (一傳流), Sasai-ryū (笹井流), Taishō-ryū (大正流) และ Kentoku-ryū (劍徳流).

”Shingyōsō no Honnawa Funyū-ban” (真行草之本縄不入番) of Ichiden-ryū (一傳流).
Koshō nawa (小姓縄) of Taishō-ryū (大正流) and Kentoku-ryū (劍徳流).
Ōyū baku Yō no Shingyōsō no koto (大用縛陽之其行草之事) of Sasai-ryū (笹井流)

ดังจะเห็นได้ว่าแต่ละสำนักก็มี 3 กระบวนท่าบนหลักการเดียวกัน โดยในรูปแบบแรกที่เรียกว่า sō จะเป็นการผูกเงื่อนพันธนาการอย่างง่าย ไม่ซับซ้อน สะดวกต่อการถอดถอน การผูกแบบโดยใช้หลักการ sō จะเน้นไปที่ความรวดเร็ว เพราะเป็นกระบวนท่าที่อยู่ในขั้นตอนของการรวบรัดจับตัวศัตรู จึงเรียกอีกอย่างว่า Hayanawa (早縄) ส่วนรูปแบบ Shin จะแสดงถึงความแน่นหนา และซับซ้อนมากกว่า เหมาะสำหรับการพันธนาการในระยะยาว เรียกว่า honnawa (本縄) ส่วน gyō คือลักษณะของการประยุกต์คลี่คลายระหว่างความซับซ้อนของ Shin และความว่องไวของการมัดแบบ  sō

โอย…แค่สเต็ปเดียว ก็น้ำหมากกระจายตอนพยายามจะเข้าใจแล้ว ลมปราณแตกซ่านไปหมด สิ้นซึ่งความสยิวกิ้วด้วยความเครียดในการแปล และสืบค้น จำต้องขอลาในหัวเรื่องศาสตร์แห่งการมัดไปก่อน คราวหน้าค่อยเข้าปมสวาทกันอย่างจริงๆจังๆค่ะ


แปลและเรียบเรียงข้อมูลจาก
http://www.jaderope.com/
http://www.sib-jitsu.ru/seminars/hojojutsu.shtml

Shingyoso 真行草


Follow me ติดตามกันได้ที่
🌙 Facebook : Deadlydoll
🌙 Instagram : @Deadlydoll
🌙 Youtube : Deadlydoll Vanessa
🌙Email : deadlydollvanessa[at]gmail.com
Advertisements

One thought on “เรื่องเชือกๆ กับศิลปะการมัดแบบญี่ปุ่น 1 : Hojojutsu 捕縄術 ต้นตำรับศาสตร์แห่งการมัด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s